แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fishing แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ fishing แสดงบทความทั้งหมด

01 มิถุนายน 2555

SHIMANO เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี



SHIMANO เหนือกว่าด้วยเทคโนโลยี

“Closer to Nature…Closer to People, ”

...ใกล้ชิดธรรมชาติ ใกล้ชิดผู้คน…

นี่คือคำขวัญของ Shimano inc.บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการจักรยานและอุปกรณ์ตกปลาระดับโลก นักตกปลาหากนึกถึงอุปกรณ์ตกปลาหลายคนคงรู้จักShimano เป็นอย่างดี Shimano คือรอกตกปลาที่อยู่ในมือนักตกปลามากมายในบ้านเราและทั่วโลก เทคโนโลยีและศักยภาพด้านอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ได้สั่งสมเอาไว้ตั้งแต่ยุค เริ่มแรกก็มีส่วนผลักดันให้ชื่อของ Shimano ครองใจนักตกปลาทั่วโลก ด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า เทคโนโลยีในการผลิตสินค้าที่ล้ำสมัยและเปี่ยมไปด้วยคุณภาพออกสู่ตลาดโลก Shimano จึงก้าวขึ้นสู่เบอร์ 1 ของอุปกรณ์ตกปลาระดับโลกและยังเป็นชื่อที่ทำให้นักตกปลาทั่วโลกทึ่งและ ยกย่องในความล้ำหน้าของพวกเขาอยู่เสมอ


ความเป็นมาของ Shimano นับว่าน่าทึ่งมากพอสมควร จากบริษัทผลิตอะไหล่จักรยาน ชิ้นส่วนเฟืองที่เรียกว่า สเตอร์หรือฟรีล้อหลังรถจักรยาน ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1921 โดย โชซาบูโร ชิมาโน่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นกำลังตื่นตัวทางด้านอุตสาหกรรมอย่างหนักภายหลัง การเปิดประเทศเพื่อการพัฒนา ช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นเป็นประเทศเอเชียที่มีความก้าวหน้าทางวิทยาการและ อุตสาหกรรมมากที่สุดในโลกตะวันออก ในช่วงเวลานี้เองธุรกิจผลิตอะไหล่จักรยานของพวกเขาเติบโตอย่างน่าทึ่ง หลังจากดำเนินกิจการไปได้เพียง 10 ปี สินค้าของ Shimanoได้รับคำสั่งซื้อและส่งออกชิ้นส่วนไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1931 ธุรกิจของพวกดำเนินไปได้ดีจนกระทั่งประสบปัญหาจากภัยสงครามในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 หลังจากสงครามสงบพวกเขาและทุกคนก็เริ่มฟื้นตัว กิจการของ ตระกูล Shimano เริ่มเดินหน้าอีกครั้ง พวกเขาปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจกันอีกครั้งและเปลี่ยนชื่อเป็น Shimano Industrial Co.ltd ในปี ค.ศ.1951 และShimano ก็ทำให้โลกได้ทึ่งเมื่อพวกเขาได้ผลิตเกียร์ดุม 3 สปีด ออกมาจำหน่าย ในปี ค.ศ. 1957และมันประสบความสำเร็จในงานInternational Toy and Cycle show(in New York) หลังจากนั้น Shimano ก็บุกตลาดสหรัฐอย่างจริงจังในปีถัดมา Shimano ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สินค้าของพวกเขาได้รับการตอบรับจากทุกๆตลาดที่ Shimano ได้บุกเข้าไป ในปี ค.ศ.1965 พวกเขาก่อตั้งบริษัท Shimano American Corporation เพื่อลงหลักปักฐานในอเมริกา และในปีเดียวกันนั้น Shimano บุกตลาดตลาดยุโรปอย่างจริงจังในงาน Milan Bicycle Show ที่ประเทศอิตาลี


จุกหักเหครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1970 Shimano พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาไม่เคยทำมาก่อน Shimanoผลิตสินค้าใหม่นั่นคืออุปกรณ์ตกปลา และในปี ค.ศ.1978 รอกตกปลาตระกูล Bantam series ก็ถูกส่งออกมา ทำตลาด ซึ่งรอกตระกูลนี้สร้างชื่อให้กับ Shimano เป็นอย่างมาก นับเป็นการเปิดศักราชแห่งรอกตกปลาจากโลกตะวันออกที่กำลังท้าทายเจ้าตลาด อุปกรณ์ตกปลาจากฝั่งอเมริกาและยุโรปบ้างแล้ว และในระหว่างนั้นธุรกิจของShimano ยังแผ่ขยายสาขาด้วยการบุกตลาดยุโรป แคนาดา เอเชียตะวันออกฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง บริษัทลูกของ Shimano ได้ก่อตั้งขึ้นในเยอรมัน สิงค์โปร์ แคนาดาและแคลิฟอร์เนีย,สหรัฐอเมริกา สินค้าแบรนด์Shimano ได้รับการยอมรับจากทั่วทุกมุมโลก

ในปี ค.ศ. 1981 Shimano ส่งคันเบ็ดตระกูล " X-line" series ได้ออกมาสร้างความฮือฮากันอีกครั้ง ขณะเดียวกันธุรกิจของพวกเขาก็เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง อุตสาหกรรมชิ้นส่วนจักรยานของพวกเขาได้รับการยอมรับและเลื่องลือเป็นที่ กล่าวขานไปทั่ว ทีมงานด้านวิศวกรรมของ Shimano ได้สร้างนวัตกรรมใหม่ๆออกมาสู่สายตาชาวโลกอย่างไม่รู้จักหยุด จุดเด่นของ Shimano คือการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง และไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมชิ้นส่วนจักรยาน อุปกรณ์ตกปลาของพวกเขาก็กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าในช่วงเวลานั้น เจ้าตลาดโลกอุปกรณ์ตกปลาที่เก่าแก่จากฝั่งอเมริกา และยุโรป เช่น Abu Garcia ,Penn, Finnor จะยังครองส่วนแบ่งและได้รับการยอมรับจากนักตกปลามากกว่า ไหนจะต้องสู้กับคู่แข่งสายเลือดเดียวกันอย่าง Daiwa แต่ Shimano ก็ไม่ใช่หมูที่จะให้ใครมาเคี้ยวได้ง่าย ๆ เช่นกัน


ช่วงปลายทศวรรษที่ 80 ธุรกิจของ Shimano เติบโตอย่างต่อเนื่อง สินค้าของพวกเขาได้รับการยอมรับจากผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ความนิยมและยอดขายของสินค้าแบรนด์ Shimano ในตลาดยุโรปก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในปี ค.ศ.1988 Shimano ได้เปิดสาขาในประเทศอังกฤษ ในปีถัดมาพวกเขาเปิดสาขาในประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อทำตลาดในกลุ่มยุโรปตอนบน และประเทศกุล่มเบเนลักซ์ (เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก) Shimano ขยายธุรกิจสาขาในอิตาลีและโรงงานในมาเลเซียในปี ค.ศ.1990 ผลิตภัณฑ์ของ Shimano แตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ด้วยความพยายามในการคิดค้นระบบใหม่ของทีมวิศกรของพวกเขาเอง ระบบใหม่ๆ ในรถจักรยาน เช่น ระบบขับเคลื่อน Shimano AX (Shimano AX aerodynamic racing component system,1980) ชุดขับเคลื่อน Deore XT ในปี ค.ศ. 1982 ขุดขับเคลื่อน Dura-Ace รุ่นใหม่ พร้อมระบบ Shimano Index System (SIS) ในปี ค.ศ. 1984 ระบบ Shimano Pedaling Dynamics (SPD) และ Dura-Ace dual control levers STI ในปี ค.ศ. 1990


ในปี ค.ศ. 1991 พวกเขาเปลี่ยนชื่อเป็น Shimano Inc.และมีเครือข่ายธุรกิจในอินโดนีเซีย จักรยานและอุปกรณ์ตกปลาของ Shimano เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก แบรนด์ Shimano ทำให้คู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลาทั่วโลกสั่นสะเทือน แม้ว่าคู่แข่งจากแผ่นดินเดียวกันอย่าง Daiwa จะมาแรง แต่ Shimano ก็ไม่หยุดยั้งที่จะก้าวต่อไป ในปี ค.ศ. 1992 Shimano เปิดตำนานหน้าใหม่ในวงการตกปลาด้วยรอกตระกูล Stella สายพานการผลิตรอก Stella สร้างชื่อให้ Shimano อย่างมากมายจนถึงทุกวันนี้ ความสำเร็จของ Shimano นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว เทคโนโลยีที่เหนือกว่าคือสิ่งที่ทำให้สินค้าของ Shimano สร้างความแตกต่างจากสินค้าของคู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลา ความเชื่อนี้ถูกตอกย้ำอีกครั้งในปี ค.ศ. 1995 เมื่อ Shimano เอาระบบ SHIP system (Smooth and Hi-Power System) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำมาใช้ในรอกตกปลาแบบสปินนิ่ง และแน่นอนว่ารอกตกปลาของ Shimano ได้รับการตอบสนองจากนักตกปลาทั่วโลกอย่างล้นหลาม Shimano กำลังทิ้งห่างและปล่อยให้เจ้าตลาดอุปกรณ์ตกปลาเดิมจากยุโรปและอเมริกาทำได้ พียงแค่ฝันหวานกับอดีตไปเสียแล้ว

ความน่าทึ่งของผลิตภัณฑ์ของ Shimano จะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณได้สัมผัส นักตกปลาทั่วโลกต่างรู้สึกเหมือนกันเมื่อได้ยินชื่อรอกตกปลาแบรนด์ Shimano พวกเขาจะนึกถึงความนิ่มนวล น้ำหนักที่เบา ความลื่นระดับยอดเยี่ยม สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สาเหตุเพราะว่า Shimano ไม่หยุดยั้งที่จะพัฒนา และเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด โลก Shimano ผลิตสินค้าระดับไฮเอนด์ออกมาให้ผู้คนในโลกของการตกปลาได้ทึ่งกันอย่างต่อ เนื่อง สินค้าของ Shimano ได้รับการยกย่องและกวาดรางวัลจากทั่วทุกมุมโลก เสียงโหวตและเสียงชื่นชมมากมายคือคำตอบจากนักตกปลา นวัตกรรมใหม่ๆของ Shimano ก็ยังทยอยออกมาให้โลกได้ทึ่งอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกวันนี้นักตกปลาทั่วโลกก็ยังเพลิดเพลินกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ในอุปกรณ์ตก ปลาของ Shimano ระบบ Digital Control ที่นำมาใช้ป้องกันอาการสายฟู่ระหว่างตีเหยื่อในรอกเบทคาสติ้งที่พัฒนาต่อยอด จาก ระบบ VBS และ ระบบ SVS เครือ Shimano ประสบความสำเร็จด้านยอดขายและความนิยมอย่างล้นหลาม ในขณะที่คู่แข่งขันในตลาดอุปกรณ์ตกปลาของ Shimano ทำได้เพียงแค่ตกตะลึงและนั่งชมความสำเร็จของพวกเขาต่อไป

วันนี้ Shimano ยังขยายสาขาธุรกิจของตนเองออกไป Shimano เปิดสาขาและโรงงานในจีน ไต้หวัน เช็ค และรัสเซีย ในโลกของกีฬากลางแจ้งไม่มีใครกล้าปฏิเสธอีกแล้วว่า Shimano คือผู้นำด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริงSHIMANO เหนือกว่าได้อย่างไร ผู้ได้สัมผัสเท่านั้นที่จะรู้

++******************************************++

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

18 สิงหาคม 2553

เทคนิคการใช้เหยื่อยาง (TexusRigs#3)


เทคนิคการใช้เหยื่อยาง (แบบที่รู้จักกันทั่วไป )

บทความตอนนี้ ขอเกริ่นนำและอธิบายให้ครอบคลุมอย่างคร่าว ๆ เกี่ยวกับ เหยื่อประเภท Jelly Bait บางท่านเรียก Worms หรือบางท่านเรียกเป็นคำไทย ว่าหนอนยาง หรือ อีกหลายชื่อที่นักตกปลาใช้เรียกเหยื่อปลอม ชนิดนี้ โดยส่วนตัวเห็นว่ามีประโยชน์ กับนักตกปลาที่สนใจเกมส์ฟิช(Game fish) ชนิดปลาล่าเหยื่อบ้างพอสมควร ขอนำบทความนี้ ด้วยคำว่า เหยื่อยาง เพราะดูแล้วน่าจะเป็นคำไทยที่ครอบคลุมทุกประเภท และทุกแบบของเหยื่อตกปลาชนิดนี้


เหยื่อยางที่นิยมใช้กันมาก และมีชื่อเสียงในบ้านเรามานาน คงจะหนีไม่พ้นจิ้งจกยาง ที่หลายท่านนิยมใช้ตกปลาช่อน ตามคูคลองบริเวณข้างทาง หรือ บ่อน้ำที่มีวัชพืช ปกคลุมอยู่บ้าง ในบทความนี้อาจกล่าวถึงปลาล่าเหยื่อต่างประเทศ ขอให้เข้าใจร่วมกันก่อนนะครับ ว่าเรากำลังร่วมกัน ศึกษาและพัฒนารูปแบบการใช้เหยื่อยาง ในบ้านเรา ซึ่งสัญชาติญานของปลาล่าเหยื่อนั้น ไม่ต่างกันเท่าใดนัก


บทความที่เรียบเรียงไว้ในบทนี้ ขออนุญาต ข้ามเรื่องจิ้งจกยาง รวมถึงเหยื่อชนิดปลายางไปก่อนครับ โดยบทความตอนนี้ขอเล่าถึง ประสบการณ์ส่วนตัว รวมทั้งสิ่งต่าง ๆ ที่เคยได้รับการบอกเล่า และเรียนรู้จากนักตกปลาท่านอื่น มานำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ


การตกปลาด้วยเหยื่อยาง รวมไว้ซึ่งศาสตร์ และ ศิลป์ เริ่มจากผู้ผลิต ที่คิดค้นเนื้อวัสดุ และรูปแบบของตัวเหยื่อเลียนแบบ ให้เหมือนสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ บ้างก็แปลกแหวกแนว มองอย่างไร ก็ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เราเคย พบเห็นกัน


จากในภาพจะเห็นได้ว่า ลักษณะเหยื่อยาง มีหลายรูปแบบ หลายขนาด รวมถึงสีสันของตัวเหยื่อ เรียกว่ามีเป็นร้อยแบบก็คงได้ โยงไปถึงเรื่องกลิ่นของตัวเหยื่อ เหยื่อยางบางรุ่นมีกลิ่นหอมในตัวเอง (คนอาจเหม็นก็ได้) แต่ปลาคงรู้สึกหอมน่าหม่ำมากกว่า บางตัวที่ราคาไม่แพง คุณภาพไม่ค่อยดี อาจมีกลิ่นเหม็นของสารสังเคราะห์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ ลักษณะความนิ่ม และความยืดหยุ่นของตัวเหยื่อล้วนถูกพัฒนา ใส่เทคนิคการผลิตเข้าไปหลายอย่าง


เหยื่อยางหลายตัวต้องแช่อยู่ในน้ำมันหรือสารสังเคราะห์ ซึ่งจะทำไห้คงสภาพตัวเหยื่อไว้ได้ เหมือนตอนเหยื่อออกจากแม่พิมพ์ และยังได้ประโยชน์จากกลิ่นหอม ๆ และการฟุ้งของสารละลายที่ใช้พรมตัวเหยื่อนั้น ๆ ด้วย เทคนิคการผลิตเหยื่อยางให้ตัวเหยื่อมีความนิ่ม และส่งกลิ่นสังเคราะห์ ทีอยู่ในเนื้อใน ของตัวเหยื่อ ออกมากได้อย่างหนึ่งก็คือ การใส่เกลือเข้าไปในกระบวนการผลิต ประโยชน์ของเกลือนี้ ทำให้เหยื่อมีรูพรุนเมื่อลงน้ำ ทำให้ตัวเหยื่อมีความนุ่ม และตัวเบ็ดสามารถทะลุทะลวงได้ดีกว่า


นอกจากนี้ รูปร่างเหยื่อยางชนิดต่างๆ ก็มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันไป ในแต่ละสภาวะแวดล้อม ในแต่ละพื้นที่ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อมักได้ถูกคิดและวางรูปแบบการใช้งานคร่าว ๆ มาแล้ว ส่วนมากมักมีการดัดแปลงการใช้งาน หรือตัดต่อตัวเหยื่อ ใหม่ บ้างก็ประกอบเข้ากับ อุกปกรณ์ หรือเหยื่อชนิด อื่น เพื่อสร้างความสนใจให้กับปลาพันธ์ดุ ใต้น้ำมากขึ้น
อุปกรณ์ที่จำเป็น เมื่อใช้เหยื่อยาง มีคร่าว ๆ ดังนี้ครับ

1. ชุดอุปกรณ์ คันเบ็ดและรอก ได้ทั้งเบทและสปินนิ่ง แต่มักนิยมคันแอ็คชั่นค่อนข้างอ่อน ก้านคันเบ็ดแบบเล็กๆ จะได้เปรียบเรื่องแรงสะบัดในการส่งเหยื่อเข้าสู่เป้าหมาย สปินนิ่งอาจได้เปรียบในเรื่องของการตีเหยื่อเบา ๆ ได้ไกลกว่า การทอยเหยื่อ ก็ทำได้สะดวกกว่า แต่รอกเบทเล็ก ๆ คุณภาพดี ๆ ก็ทำได้ไม่เป็นรองเท่าใดนัก
2. สายที่นิยมใช้ ปกติ นักตกปลาส่วนใหญ่ คงคิดถึงชนิดปลาเป็นหลักในการเลือกใช้สาย แต่จากการพูดคุย กับนักตกปลาญี่ปุ่น ที่เชี่ยวชาญหลายท่าน (อาจารย์สอนตกปลาแบส) ให้ความเห็นว่า สายควรใช้ขนาดเล็ก ๆ เข้าไว้ จะทำให้เหยื่อตีไกล และแม่นยำ

ที่สำคัญที่สุดคือแอ็คชั่นที่ได้จากตัวเหยื่อขณะใช้งาน จะแสดงออกมาได้เต็มที่ เกี่ยวกับสาย PE หรือสายไดนีม่า ไม่นิยมใช้กันเท่าใดนักในเกมน้ำจืด เมื่อแรกก็จะนึกไปถึงราคาของสายชนิดนี้ที่วางขายในญี่ปุ่น มีราคาแพงกว่าสายธรรมดาอยู่ 3-5 เท่าขึ้นไป (ความยาวที่พบได้ส่วนใหญ่คือ 100 เมตร และ 150 เมตร)ผู้ เขียนได้สอบถามดูจากนักตกปลา(ที่น่าจะเชี่ยวชาญการใช้เหยื่อยางหลายท่าน ..จริงๆ แล้วแค่ 3 ท่านครับ ) ได้รับคำตอบทำนองเดียวกันว่า สายไดนีม่านี้ เมื่อเปียกน้ำอาจมีน้ำหนักมากกว่าสายโมโนฟิลาเมนต์ (สายเอ็นธรรมดา) อยู่สักหน่อย รวมถึงเมื่ออยู่ใต้น้ำ การให้ตัวของเหยื่อยาง (เมื่อหวังปลาที่รอกัดเหยื่ออยู่บริเวณหน้าดิน) จะไม่เป็นอิสระเท่าที่ควร จะมีใช้กันมาก ๆ ก็เหยื่อติดหัวจิ๊ก ที่ตีเหยื่อแบบเหยื่อบิน (ลอยกลางน้ำ) มากกว่า

รวมถึงการตกปลาในเขตแก่งหิน ถึงจะใช้สายชนิดไดนีม่ากัน เพราะเรื่องของประสิทธิภาพด้านการทนต่อแรงเสียดสี ขูดกับแก่งหิน หรือตอไม้ใต้น้ำเป็นต้น ทั้งนี้ชุดลีดเดอร์ ยังคงใช้สายเอ็นขนาดเล็กอยู่ดี ปกติจะขึ้นกับขนาดปลา โดยมีใช้กันตั้งแต่ ขนาดราวๆ 2 ปอนด์ ถึง 10 ปอนด์ มากกว่านี้ไม่นิยมใช้ร่วมกับเหยื่อยางตัวเล็ก ๆ แต่หากท่านใดประสงค์ใช้งาน ก็ไม่ผิดแต่ประการใด เพราะคงต้องดูถึงสภาพแวดล้อมการใช้งาน และเทคนิคของนักตกปลาแต่ละท่าน....

3. ตัวเบ็ดที่ใช้ มีมากมายหลายแบบ ทั้งนี้ขึ้นกับชนิด และขนาดของตัวเหยื่อเป็นสำคัญ ถัดไปก็เรื่องของการใช้เหยื่อในแต่ละแบบ จะหน้าดิน เลาะตลิ่ง มุดตอ หรือแม้แต่ใช้แบบเหยื่อบินกลางน้ำ ก็ต้องเลือกตัวเบ็ดให้เหมาะกับการตกปลาแต่ละครั้ง

อุปกรณ์ ที่ต้องมีติดไว้แบบพอจำเป็นก็ดังในภาพ บางตัวก็มีหัวจิ๊ก บางตัวก็มีลวด หรือส่วนของการป้องกัน เบ็ดเกี่ยวกับวัชพืช หรือสิ่งแปลกปลอมใต้น้ำ


4. อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ขาดไม่ได้ก็ลูกหมุน ถัดไปก็คลิ๊ปเผื่อจะเอาไว้เปลี่ยนเหยื่อได้สะดวก ตะกั่ว ทรงกรวย ทรงกลม หรือแม้แต่ทรงตุ้ม อย่างลูกสีเขียว (ดังในภาพ) ก็นำมาใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน ที่สำคัญ ขนาดเล็ก ๆ ครับ

ให้ ดูเหยื่อยางที่ใช้เป็นหลักครับ พวกจิ๊กหัวขน ก็นิยมใช้ร่วมกับ เหยื่อยางเช่นเดียวกัน เรียกว่าประกอบกันแล้ว ตัวเหยื่อดูหล่อขึ้นมาก และบางครั้งปลากัดมากกว่าการใช้เหยื่อยางอย่างเดียวครับ
สปินเนอร์เบท ก็นิยม เกี่ยวหนอนตัวเล็ก ๆ ไว้ที่ตัวเบ็ดด้วยเช่นเดียวกัน (ปกติ สปินเนอร์เบท ที่มีพู่อยู่ดังในภาพ ก็สามารถใช้ตกปลาได้โดยไม่ต้องมีเหยื่อยางนะครับ)เรื่องของเทคนิคการประกอบเหยื่อ ถึงขึ้นการใช้งาน และ แอ็คชั่นของตัวเหยื่อที่เราหวังผล

5. สเปรย์ดับกลิ่น เพิ่มกลิ่น และน้ำยาชุบกลิ่นให้เหยื่อยาง เป็นสิ่งสุดท้าย ที่ไม่จำเป็นต้องมีเท่าใดนัก แต่หากนักตกปลาท่านใด หวังผล และคาดหวังการได้ยลโฉมตัวปลามากกว่าปกติ หรือไม่อยากพลาด อาหารจานเด็ดล่ะก้อ ของสิ่งนี้ ช่วยให้เพิ่มความน่าจะเป็นในการตกปลาได้มากขึ้น ขอให้มีความสุขในการตกปลาด้วยเหยื่อยางนะครับ

ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก fishing4you.com และ g-fishinggame.blogspot.com

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

15 กรกฎาคม 2553

เทคนิคการเกี่ยวเหยื่อยาง # 1(Texus Rig 1)

ข้อมูลการเกี่ยวเหยื่อยางดีๆนี้มาจากน้าtanongpoti จากเว็ปสยามฟิชชิ่งครับดูกันเลยครับ

ภาพที่ 1 เป็นเหยื่อหนอนหางดีดหรือหางใหญ่ 4 นิ้ว


ภาพที่ 2 ตัวเบ็ดหนอนที่ใช้กันให้เห็นส่วนใหญ่มี 2 ขนาดครับ ขนาด 2/0 และ 1/0


ภาพที่ 3 เป็นเหยื่อหนอนยางหางดีดหรือหางใหญ่ ข้อดีของเหยื่อหนอนยางหางใหญ่คือการสร้างแอ็คชั่นที่ดีเพราะมีใบหางใหญ่โบกไหวในกระแสน้ำ


ภาพที่ 4 ขั้นตอนแรกก็นำเบ็ดหนอนมาเกี่ยวตามรูป คือ ปลายเบ็ดกดลงปลายส่วนหัวของเหยื่อหนอนยาง



ภาพที่ 5 ให้กดปลายเบ็ดลงไปตัวเหยื่อประมาณ 4-5 มิลลิเมตร แล้วให้ปลายเบ็ดโผล่ออกมา ดังรูป


ภาพที่ 6 จะเห็นว่าปลายเบ็ดโผล่ออกมาตรงปลายตัวเหยื่อเล็กน้อย ดังรูป


ภาพที่ 7 ชัดเจนนะครับว่าปลายเบ็ดจะโผล่ออกมา


ภาพที่ 8 ให้ดึงตัวเบ็ดออกมาให้เกือบถึงตูดเบ็ด (เอาเป็นว่าผมเรียกตามภาษาชาวบ้านละกันว่า "ตูดเบ็ด" กะ "ปลายเบ็ด")


ภาพที่ 9 ให้บิดตัวเบ็ดโดยให้คมเบ็ดหันตรงกันข้ามกับ ภาพที่ 8 โดยให้ตูดเบ็ดที่เป็นขั้นบันไดซ่อนอยู่ในตัวเหยื่อ ดังรูป


ภาพที่ 10 เมื่อได้ดังภาพที่ 9 แล้วให้นำคมหรือปลายเบ็ดกดเข้าไปท้ายตัวเหยื่อ ดูดังรูปครับ


ภาพที่ 11 เมื่อได้แล้วก็ซ่อนคมเบ็ดหรือปลายเบ็ดกับตัวเหยื่อ โดยจับตัวเหยื่อมือนึง และ จับตัวเบ็ดอีกมือนึง แล้วดึงตัวเบ็ดซ่อนคมเบ็ดกับตัวเหยื่อ ดังรูปครับ เป็นอันเสร็จครับ

ขอขอบพระคุณที่มาดีๆของข้อมูลครับ

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

17 มิถุนายน 2553

ปลาหมอบัตเตอร์อสูรเงียบแห่งเขื่อนศรีฯ(Alien Species 2)


ปลาหมอบัตเตอร์อสูรเงียบแห่งเขื่อนศรีนครินทร์
ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง ชื่อสามัญคือ Tilapia Zebra มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tilapia buttikoferi อยู่ในวงศ์ปลาหมอสี (Cichlidae) มีรูปร่างคล้ายปลานิล (Oreochromis niloticus) ทั้งนี้เนื่องจากปลานิลเดิมก็เคยอยู่ในสกุล Tilapia นี้มาก่อน

จัดเป็นปลาในวงศ์ปลาหมอสีชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ มีสีสันลวดลายสวยงาม ลำตัวเป็นเส้นขีดสีคล้ำพาดขวางตลอดทั้งตัว สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามอารมณ์และสภาวะแวดล้อม


มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 40 เซนติเมตร มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาแถบตะวันตก และพบมากที่สุดที่ประเทศไลบีเรีย ไทยพบมากที่เขื่อนศรีนครินร์ มีอุปนิสัยค่อนข้างดุร้าย ก้าวร้าว


สำหรับในประเทศไทย ปลาหมอบัตเตอร์นับว่าเป็นปลาหมอสีที่มีราคาถูก จึงมีผู้เลี้ยงแล้วนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติมากมาย จนกลายเป็นชนิดพันธุ์ต่างถิ่นชนิดหนึ่งไปแล้ว เช่นเดียวกับปลานิล เปคู ซัคเกอร์ พีค็อกแบลส


แหล่งน้ำสำคัญที่ทราบชัดเจนก็คือเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งนักตกปลาได้ตกปลาชนิดนี้ได้เมื่อหลายปีก่อนซึ่งตอนนั้นก็คงไม่มีใครได้ฉุกคิดหรือใส่ใจ เพราะคิดว่าคงเป็นปลาที่หลุดมาหรือคนมาปล่อยแค่ตัวสองตัว แต่จากระยะเวลาไม่กี่ปี ก็มีนักตกปลาตกปลาหมอบัตเตอร์ชนิดนี้ได้ถี่ขึ้นๆ ขนาดก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย และมักจะได้ปลาชนิดนี้กับกลุ่มปลาหมอตะกรับ และ ปลานิล เป็นไปได้มั้ยว่า ปลาหมอบัตเตอร์สามารถปรับสภาพเข้ากับแหล่งน้ำบ้านเราได้เป็นอย่างดี(แน่นอน)



ปลาหมอบัตเตอร์เป็นปลาที่สามารถตกได้อย่างง่ายดาย และสนุกเร้าใจกว่าปลาหมอตะกรับ ปลานิล ในขนาดไซส์ที่เท่ากัน แถมรสชาติก็อร่อย หลายคนฟันธงว่าอร่อยกว่าเนื้อปลานิล และ หมอตะกรับด้วยซ้ำไป ซ้ำร้ายการแพร่ขยายพันธุ์ในปริมาณที่มากและรวดเร็วของมันทำให้ปลาหมอบัตเตอร์กำเนิดทายาทรุ่นใหม่ในเขื่อนศรีขึ้นมาอีกมากมายหลายรุ่น(คาดเดานะ) เดี๋ยวนี้กว่าจะได้ปลาหมอตะกรับ หรือปลานิลขึ้นมาสักตัวก็ต้องเฉลี่ยกับปลาหมอบลัตเตอร์อัตรา 1 ต่อ 10 กันเลยทีเดียว


อีกทั้งปลาหมอบลัตเตอร์เป็นปลาที่มีนิสัยดุร้าย หวงแหนรังนอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาจเป็นไปได้ที่จำนวนที่มีมากมายของมันรุกล้ำกล้ำกรายเข้าไปในอาณาจักรปลาเจ้าถิ่นอย่างปลาหมอตะกรับและปลานิล เพื่อขับไล่ทำลายทำร้าย กินลูกปลาและไข่ของปลาพื้นถิ่น ยืดครองแย่งพื้นที่ ทำให้จำนวนประชากรการขยายพันธุ์ของปลาพื้นเมืองพื้นถิ่นดั้งเดิมของเราลดจำนวนลง ก็คงเป็นไปได้ใช่มั้ย?


เราจะทำอะไรได้นับจากนี้หากปลาต่างถิ่นชนิดนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในผืนน้ำของเรา การแพร่กระจายคงไม่หยุดแค่ในเขื่อนศรีแน่นอน ต้นตอของปัญหานี้มาจากไหน คนเลี้ยงปลาที่เบื่อหรือเลี้ยงไม่ไหวเอาไปปล่อยทิ้ง หรือนักตกปลาที่ต้องการชนิดปลาที่หลากหลายนำมาแพร่กระจาย หรือกระชังเลี้ยงปลาสวยงามที่แตกเพราะภัยธรรมชาติ ปัญหามาจากฝ่ายไหนก็คงไม่มีใครยืดอกออกมายอมรับ ถึงยอมรับมันก็ไม่ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นมากมายใช่มั้ย แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือ ไม่ควรนำปลาชนิดนี้หรือปลาต่างถิ่นมาปล่อยซ้ำลงไปอีก ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำใดๆ นักตกปลาตกปลาเหล่านี้ได้ไม่ควรปลดปล่อยคืนอิสระภาพ เนื้อมันอร่อยขอให้เอามากินให้หมด เพื่อลดจำนวนของพวกมัน ส่วนปลาพื้นบ้านของเราตกแล้วปล่อยดีกว่ามั้ย ฟังดูโหดร้ายและสองมาตรฐานสำหรับใครหลายคน แต่เราก็ไม่อยากให้ปลาพื้นถิ่นของเราสูญสลายค่อยๆหายไปไม่ใช่หรือ?


ตัวผมก็ใช่ว่าจะดีเด่อะไรนะครับแค่นำเสนอมุมมองความคิดเห็น ความรู้ความสามารถก็มีอยู่น้อยนิด ผิดพลาดประการใดก็ต้องกราบขออภัยไว้ที่นี้ด้วยนะครับ ตกได้จะกินให้เหี้ยน อิอิ ความสุขจงมีแด่ท่านครับ

+++ขอบคุณครับ+++

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

31 พฤษภาคม 2553

5 กลยุทธ์สปินเนอร์เบท ภาค1 (T.spinner bait #1)


1.) การใช้สปินเนอร์เบทกับเหยื่อลูกปลาเป็น

สปินเนอร์เป็นเหยื่อปลอมที่เราเคยคุ้นและอาจเป็นเหยื่อไม้เด็ดของใครหลายคน และเป็นที่ชื่นชอบของปลาล่าเหยื่ออย่างเช่น ปลาช่อนและกระสูบ เฉกเช่นเดียวกับเหยื่อลูกปลาเป็นๆ ถ้าเราลองจับทั้งคู่มารวมกันมันน่าจะได้ผลดีกว่ามั้ย? เราสามารถสร้างสรรค์สปินเนอร์เบทได้ง่ายๆด้วยการเพิ่มใบพัดเข้ากับแกนลวด ที่ปลายด้านหนึ่งดัดเป็นห่วงไว้ผูกเอ็น ปลายลวดอีกด้านที่เป็นตัวเบ็ดแบบหนีบมาหนีบติดก้านลวดเพื่อถ่วงให้มีน้ำหนักสมดุล ตัวเบ็ดก็เกี่ยวกับลูกปลา


การลากเหยื่อควรทำแบบช้าๆ ประกายวาววับสะท้อนแสงที่เกิดจากใบพัดที่หมุนรอบแกน และอาการทุรนทุรายดีดดิ้นของปลาเหยื่อเหมือนล่อหลอกให้ปลาล่าเหยื่อให้หิวกระหายและพร้อมที่จะโจมตีเหยื่อได้ทุกเวลาวิธีนี้ดูโหดร้ายแต่ก็เป็นเทคนิคในการดำรงชีวิตของคนสมัยก่อน ปัจจุบันมีปลายางที่รูปร่างคล้ายปลาจริงมาก เป็นทางเลือกที่ดีกับนักตกปลาที่ไม่ชอบใช้เหยื่อปลาจริง


2.) ใช้สปินเนอร์เบทที่เน้นและออกแบบเฉพาะใช้น้ำใส

การใช้สปินเนอร์เบทชนิดธรรมดาเพื่อหวังตกปลาในแหล่งน้ำที่ใสแจ๋ว อาจทำให้ปลาล่าเหยื่อระแวงหรือตกใจ แต่ถ้าเลือกใช้เหยื่อที่ออกแบบมาตกในน้ำใสโดยเฉพาะมันจะทำให้เปอร์เซนต์ที่ปลาล่าเหยื่อจะฉวยเหยื่อเราอย่างไม่ระแวงมีโอกาสมากกว่า ลักษณะของสปินเนอร์แบบนี้จะมีขนาดเล็ก ใบพัดทำจากพลาสติกแข็งใส และจะพ่วงเหยื่อพลาสติกนิ่มที่เรียกว่า กรับเทลส์(Grubtails) เข้าไปด้วย



3.) ใช้เหยื่อสปินเนอร์เบทบริเวณกระแสน้ำวน


หลายครั้งที่เราออกตกปลาแล้วเห็นปลาล่าเหยื่อ ลอยตัวขึ้นอยู่บริเวณกระแสน้ำวน ซึ่งอาจจะอยู่หลังตอไม้ หรือโขดหินที่สายน้ำไหลมาปะทะ ซึ่งปลาล่าเหยื่อจะหันหน้าสู้กระแสน้ำเพื่อดักรอปลาเหยื่อที่ไหลมากับน้ำ กรณีนี้ให้เราเดินหาทำเลให้อยู่ด้านขวาของแหล่งน้ำ การเข้าชาร์จเหยื่อมักจะเกิดขึ้นด้านขวาตรงบริเวณที่กระแสน้ำปะทะกับตอไม้หรือโขดหิน


4.) ใช้สปินเนอร์เบทที่มีขนาดใกล้เคียงกับเหยื่อธรรมชาติ

วิธีนี้เราควรสังเกตุว่าแหล่งน้ำบริเวณหมายที่เราจะตกปลา อุดมไปด้วยสัตว์ชนิดใด เช่นมีปลาซิวควาย ปลากระดี่ ปลาสร้อยเยอะเราก็หาสปินเนอร์ที่มีใบใกล้เคียงพวกปลาเหยื่อในแหล่งน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ปลาไม่ระแวงเหยื่อที่เราส่งไปถึงปากของมัน หรือถ้าหมายที่เราเลือกมีแต่พวกแมลงขนาดเล็กเราก็ควรลองใช้สปินเอร์ที่มีใบขนาดเล็กๆหลายๆใบ ซึ่งใบสปินขนาดเล็กอาจจะเรียกร้องความสนใจได้ดีกว่าเหยื่อมาตรฐานที่เราใช้อยู่ก็เป็นไปได้



5.) ใช้สปินเนอร์เป็นนักปีนเขา

เทคนิคเบื้องต้นของสปินเนอร์เบทคือการยกขึ้นปล่อยหมุนปล่อยหมุน วิธีนี้อาจจะเหมาะสำหรับพื้นที่เป็นโขดหินผาลาดชัน โดยการตีเหยื่อให้ตั้งฉากตามแนวหน้าผาหินสูงชัน ปล่อยเหยื่อให้จมถึงพื้น กระตุกเหยื่อให้ลอยสูงขึ้นด้วยปลายคันเบ็ดในระยะสั้นๆ แล้วปล่อยเหยื่อลงสู่พื้นโดยรักษาระดับความตึงของสายเอาไว้


ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆให้เกิดการกระโดดโลดเต้นของเหยื่อไปตามแนวหินลาดชันของพื้นที่ ซึ่งปลาล่าเหยื่อจะชาร์จเหยื่อในจังหวะที่เหยื่อตกลงไปบ่อยครั้ง

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

เชิญแวะที่:
thainitaห้นย

จ้าวน้อยฟิชชิ่ง ตกปลาฮาเฮ เร่ไปเพราะใจสั่งมา © 2009. Powered by  MyPagerank.Net