25 มิถุนายน 2552

เหยื่อ Buzz Bait


Buzz Bait

Buzz Bait เป็นเหยื่อปลอมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับ Spiner Bait แต่การใช้งานแตกต่างกัน คำว่า Buzz แปลเป็นไทยได้ว่า เสียงหึ่งของผึ้ง ส่วนคำว่า Bait แปลว่าเหยื่อ รวมกันแล้วก็จะแปลได้ว่า เหยื่อที่ทำให้เกิดเสียงดังหึ่งๆ 555 ส่วนทีทำให้เกิดเสียงดังของมันก็คือใบพัด


นักตกปลาชาวไทยอย่างพวกเราคงคุ้นเคยกับเหยื่อใบพัดหลากหลายยี่ห้อที่เอาไว้ตีชะโด ซึ่งลักษณะเสียงของมันก็จะคล้ายกัน เหยื่อบัซซ์เบท(Buzz Bait )ถือเป็นเหยื่อผู้พี่ผู้น้องกับ สปินเนอร์เบท (Spiner Bait) โดยมีสปินเนอร์เบทเป็นผู้พี่ การพัฒนาเหยื่อบัซซ์เบท(Buzz Bait )ต่อยอดมาจาก สปินเนอร์เบท (Spiner Bait) เนื่องจากการที่นักตกปลาหลายคนพบว่าการที่พยายามลากเหยื่อสปินเนอร์เบทโดยยกปลายคันให้สูงในระดับที่ใบของสปินเนอร์เบทสามารถโผล่ขึ้นมาตีน้ำได้นั้นเป็นวิธีเรียกร้องความสนใจจากปลาล่าเหยื่อต่างๆได้ดีวิธีหนึ่ง แต่ถึงสปินเนอร์เบทจะสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้แต่ก็ไม่สมบูรณ์นัก จึงมีนักตกปลาบางรายนำสปินเนอร์เบทมาดัดแปลงให้สามารถทำงานบนผิวน้ำได้ดีขึ้น ซึ่งก็คือการเปลี่ยมาใส่ใบพัดแทนใบสปินและกลายมาเป็นเหยื่อบัซซ์เบท(Buzz Bait )ขึ้นมานั่นเอง


เหยื่อบัทเบทต่างจากสปินเนอร์เบทตรงที่ บัซซ์เบททำให้เราได้ลุ้นตลอดเวลาเพราะเราสามารถมองเห็นแอ็คชั่นของมันได้เหมือนเหยื่อใบพัดตีชะโด ได้ระทึกเมื่อมีเจ้าตัววายร้ายโผเข้ามาฮุบตามเสียงดัง ลุ้นระทึกเมื่อลากผ่านกิ่งไม้ กอไม้ จะโดนมั้ยว้า.......เสียว......


เวลาที่เหมาะสำหรับใช้เหยื่อตัวนี้ มันก็แล้วแต่ความพอใจของนักตกปลาที่อยากจะใช้ อาจจะเป็นเวลาใดก็ได้ที่ท่านเห็นว่าผืนน้ำเงียบสงบ ซึ่งจะใช้เหยื่อตัวนี้ได้ผลเสมอ บัซซ์เบท(Buzz Bait )ยังใช้ได้ดีในแหล่งน้ำที่มี วัชพืช กิ่งไม้ สาหร่ายใต้ผืนน้ำ แต่ไม่เหมาะสำหรับแหล่งน้ำที่มีอุปสรรคเยอะ เช่น ป่าบัว กิ่งไม้ ต้นหญ้า ที่อยู่บนผิวน้ำ เพราะตัวเบ็ดของมันมีโอกาสเกี่ยวติดได้เสมอ.....


นอกจากนี้บัซซ์เบท(Buzz Bait )ยังใช้ได้ดีในเวลากลางคืนอีกด้วย เพราะนอกจากเสียงที่เกิดจากใบพัดจะไปกระตุ้มต่อมรำคาญของปลาล่าเหยื่อต่างๆได้ดีแล้ว เสียงนั้นยังเป็นตัวบ่งบอกถึงตำแหน่งของมันแก่ปลาล่าเหยื่อได้ดีอีกด้วย จะเห็นได้ว่าเสียงมีส่วนสำคัญมากกับเหยื่อชนิดนี้


หนำซำ้เรายังสามารถโมหรือดัดแปลงใบพัดของเราให้มีเสียงแปลกหลากหลายได้โดยการดัดมุมบัดพัดให้กว้างหรือแคบลง หรือการเปลียนวัสดุที่นำมาเป็นใบพัด เช่นเปลี่ยนจากใบพัดที่เป็นสแตนเลส เป็นพลาสติก หรือวัสดุชนิดอื่น ซึ่งย่อมจะทำใ้ได้ลักษณะของเสียงที่แตกต่าง นอกจากนี้การใช้สว่านเจ้ารูให้กับใบพัดก็จะเป็นการเพิ่มฟองอากาศให้มากขึ้นจากใบพัดแบบเดิมๆ.......


เมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียบ้างเป็นธรรมดา บ่อยครั้งที่ปลาชาร์จเหยื่อไม่โดน ไม่ติด หรือไม่ก็ชาร์จเหยื่อลอยขึ้นฟ้าแต่กลับไม่ติดเบ็ด ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่ได้เป็นข้อผิดพลาดของเหยื่อโดยตรง แต่อาจเป็นเพราะผู้ใช้มากกว่า ทั้งนี้เราก็ต้องเข้าใจเหตุผลอย่างหนึ่งว่าเมื่อเราใช้เหยื่อประเภทนี้ในแหล่งน้ำที่มีวัชพืชอยู่อย่างหนาแน่น วัชพืชเหล่านั้นนอกจากจะเป็นแหล่งซุ่มโจมตีชั้นดีของพี่ปลาล่าเหยื่อแล้ว มันยังทำหน้าที่เป็นอุปสรรคชั้นเลิศในการเข้าโจมตีเหยื่อด้วยเช่นกัน การตั้งสติเป็นเรื่องสำคัญในการใช้เหยื่อบัซซ์เบท(Buzz Bait )
การกะเวลาในการตวัดเบ็ด หรือการชลอเหยื่อเมื่อเห็นคลื่นน้ำกำลังวิ่งเข้าหาเหยื่อ อย่าชงักเมื่อเห็นปลาไล่ฮุบเหยื่อๆ ตูมๆ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องง่ายที่ทำยาก อิอิ


การลากเหยื่อบัซเบท



ความเร็วในการลากเหยื่อบัซซ์เบท(Buzz Bait ) ความเร็วขั้นต่ำที่เราจำเป็นต้องใช้ก็คือความเร็วที่เร็วพอจะทำให้เหยื่อพยุงตัวอยู่บนผิวน้ำได้ เพราะบัซซ์เบท(Buzz Bait )นั้นทำมาจากโลหะมันย่อมจะจมน้ำเป็นธรรมดา และบัซซ์เบทจะทำงานได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อใบพัดของมันโผล่ขึ้นมาตีน้ำได้ และเนื่องจากบัซซ์เบทแต่ละตัวมีน้ำหนักทีแตกต่างกัน ความเร็วในการลากให้มันโผล่พ้นน้ำขึ้นมาก็ย่อมจะแตกต่างกันไปด้วย เมื่อเราทดลองโดยการใช้ความเร็วนี้ไปสักพัก แล้วไม่ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด ก็ลองเพิ่มความเร็วหรือลากใหช้าลง มันคงจะถูกใจเจ้าปลาล่าเหยื่อในสักครั้ง......


เทคนิคการใช้บัซซ์เบทให้ได้ผลดี เวลาที่เหวี่ยงเหยื่อออกไป นักตกปลาต้องพร้อมที่จะกรอสายกลับได้ทันทีเมื่อเหยื่อกระทบถึงผิวน้ำ ถ้าเป็นรอกสปินนิ่ง(Spining Reel) ต้องปิดหน้ารอกให้เรียบร้อยก่อนเหยื่อถึงน้ำ ถ้าเป็นเบทคาสติ้ง (BaitCasting Reel ) ก็ต้องหมุนมือหมุนให้ฟรีสปูนเด้งขึ้นมา การปล่อยให้เหยื่อชนิดนี้จมตัวลงไปในระยะหนึ่งนั้นเป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร เมื่อท่านนักตกปลา เริ่มทำการกรอสายกลับท่านนักตกปลาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกปลายคันให้สูงพอสมควร การกระทำเช่นนี้จะเป็นการช่วยดึงให้ตัวเหยื่อขึ้นมาอยู่บนผิวน้ำในระดับที่เหมาะสมแต่การยกปลายคันให้สูงนั้นมิใช่สูงเสียจนไม่สามารถวัดคันได้ยามที่ปลาชาร์จนะครับ เอาพอประมาณดูแล้วว่าเยื่อขึ้นมาตีน้ำได้อย่างถูกต้องแล้วก็พอได้แล้วครับผม และเมื่อกรอสายเก็บเข้ามาเรื่อยๆ ก้ให้ท่านนักตกปลาก็ค่อยๆ ลดปลายคันลงมาพร้อมกันด้วยนะคับ เพื่อเป็นการรักษาองศาของใบพัดที่ทำกับผิวน้ำใบพัดของเราจะได้สร้างเสียงได้อย่างสม่ำเสมอตอลอดการลากเหยื่อ


มาถึงเรื่องของสีของตัวเหยื่ออันนี้ก็ง่ายครับ ไม่ขาวก็ดำ เพราะการใช้เหยื่อประเภทนี้ การมองเห็นของปลาจะมีท้องฟ้าเป็นแบล็คกราว สีที่ใช้ไม่ขาวก็ดำสะดวกกว่ากันเยอะครับ เดี๋ยวนี้อาจมีการจับเอาสีเหลืองนำมาใช้เป็นพู่บ้างอันนี้ก็แล้วแต่ความชอบของนักตกปลาแต่ละท่านแล้วกันครับ เพราะหลักใหญ่ของเจ้าเหยื่อชนิดนี้ที่กำหนดให้ปลาชาร์จหรือไม่ชาร์จนั้นมันอยู่ที่ใบพัดครับผม เอาล่ะที่ว่ามาทั้งหมดนี้หวังว่าท่านนักตกปลาทั้งหลายคงพอมองเห็นประโยชน์จากเหยื่อตัวนี้ได้บ้างนะครับ และถ้าหากมีเจ้าบัซซ์เบทอยู่ในกล่องก็ลองหยิบขึ้นมาใช้ทดลองกันเลย เชื่อว่าท่านนักตกปลาสามารถนำวิธีที่ว่ามาทั้งหมดนี้ไปใช้กับเหยื่อผิวน้ำต่างๆ ที่ท่านมีอยู่ในครอบครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ....................



วิธีใช้บัซซ์เบทเบื้องต้น

<<<<<<<<<<<<+>>>>>>>>>>>>

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

24 มิถุนายน 2552

วิธีคดตัวเบ็ดตกกุ้ง




วิธีคดเบ็ดตกกุ้ง


วัสดุที่ต้องเตรียม
  • 1. เข็มเย็บผ้าใช้เบอร์1ตราไก่หรือเบอร์3ตราดอกไม้
  • 2. ไม้เนื้อแข็งกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 นิ้วยาว 6นิ้ว
  • 3. เส้นลวดซี่มอเตอร์ไซค์ยาว 1 นิ้ว
  • 4. ตะกั่วเส้นฟิวส์แบบไม่มีไส้น้ำยา
  • 5. ค้อน คีม กระป๋องนม
  • 6. ท่อ พีวีซี ยาว 6 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2 นิ้ว

วิธีคดตัวเบ็ด
ก่อนอื่นท่านต้องทำเครื่องมือสำหรับดัด ไม้เนื้อแข็งกลมใส่เข้าไปในท่อพีวีซี ลวดซี่มอเตอร์ไซค์งอให้เป็นรูบตัวยู U พยายามบีบช่องให้แคบที่สุดจากนั้นจึงเอาปลายของก้านลวดที่งอแล้วตอกลงไปในเนื้อไม้ที่สวมท่อ พีวีซีให้เส้นลวดโผล่ขึ้นมาประมาณ 1 ซม.

ตรงนี้ขออธิบายให้เห็นประโยชน์ของท่อพีวีซี ที่ต้องเอาท่อหุ้มไม้เอาไว้ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เป็นการบังคับไม่ให้เนื้อไม้แตกขณะที่ตอกลวดลงไป


เข็มเย็บผ้าเลือกเอาว่า จะใช้เบอร์อะไร ซึ่งระหว่างเข็มทั้งสองชนิด จะมีความต่างกัน ตราไก่เบอร์1ตัวจะอ้วนสั้น ตราดอกไม้เบอร์3ตัวจะยาวกว่า ส่วนเรืองประสิทธิภาพเข็มทั้งสองยี่ห้อดีไม่แพ้กัน เข็มก่อนจะดัดต้องใส่กระป๋องนมคั่วด้วยความร้อนใช้เวลาไม่มาก พอให้เข็มเปลี่ยนสี เข็มเย็บผ้าธรรมดาสีเงินแต่เมื่อถูกความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและสีเขียวอมน้ำเงิน เมื่อเข็มเปลี่ยนเป็นสีอย่างที่ว่าจึงเทออก พักไว้ให้เย็น ใช้เวลาไม่นานเข็มจะคลายความร้อน รอให่เข็มเย็นก่อนจะดัดให้ได้รูปทรงตามต้องการ


ทรงของตัวเบ็ดที่มือตกกุ้งนิยมใช้มีให้เลือก 3 แบบ
  • 1.ทรงเล็บเหยี่ยว
  • 2.ทรงกระโหลกลิง
  • 3.ทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวหรือ วงเดือน
จริงๆแล้วทรงของเบ็ดตกกุ้งมีมากมายหลายแบบแต่ขอหยิบยกมาแค่ 3 แบบ และทั้ง3แบบมีหนึ่งเดียวยอดนิยมกุ้งตัวเล็กตัวใหญ่ติดแล้วหลุดยากได้แก่ ทรงกระโหลกลิง เมื่อเลือกทรงที่เข้าตาถูกใจจึงลงมือคดเบ็ด


ใช้คีมหนีบเข็มที่เย็นแล้ว เริ่มดัดส่วนปลายแหลมของเข็มก่อน อย่าออกแรงมาก จะทำให้ปลายเข็มหักได้ง่ายๆ

จากนั้นจึงค่อยๆขยับดัดไปทีละน้อย เข็มจะเริ่มงอขึ้นเป็นรูบร่าง


ดัดไปทีละเล็กทีละน้อยจนกว่าเข็มจะเป็นทรงตัวเบ็ดตกกุ้งตามต้องการ


ข้อมูลจำเพาะของทรงเบ็ด
1. ทรงเล็บเหยี่ยว ใช้ได้ดีกับกุ้งขนาดเล็กและกลาง เพราะหน้าเบ็ดทรงนี้แคบ ถ้ากุ้งตัวใหญ่กินเบ็ดจะเข้าไม่ลึก เมื่อยกขึ้นจากน้ำมักจะหลุด

2. ทรงกระโหลกลิง เป็นทรงยอดนิยมใช้ได้ดีทั้งกุ้งเล็กและกุ้งใหญ่ เพราะหน้าเบ็ดจะกว้าง เมื่อกุ้งกินจะเข้าลึก ยกขึ้นจากน้ำโอกาสที่กุ้งหลุดมีน้อยมาก

3. ทรงวงเดือน หรือ พระจันท์เสี้ยว ทรงนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร เพราะปลายเบ็ดจะแทงเข้าสมองกุ้งทำให้กุ้งตายเร็ว


วิธีพันตะกั่วเส้นกับตัวเบ็ด
เมื่อได้ตัวเบ็ดตามต้องการแล้ว ขั้นตอยสุดท้ายคือการพันตะกั่วเส้นหรือตะกั่วฟิวส์เข้ากับตัวเบ็ด ตะกั่วเส้นที่ใช้ให้เลือกใช้แบบไม่มีไส้น้ำยา เริ่มต้นพันตะกั่วจากใต้รูเข็ม เวลาพันต้องดึงตะกั่วเส้นยึดกับเข็มให้แน่น พันไปเรื่อยจนได้ครึ่งของตัวเบ็ด จึงหยุดแล้วตัดและบีบให้แน่น เวลาไปตกกุ้งควรนำเครื่องมือคดเบ็ดเหล่านี้ติดไปด้วย เพื่อใช้ดัดแต่งตัวเบ็ดเวลา เบ็ดติดหิน เกี่ยวไม้ จนเสียรูปร่าง


เหยื่อ
เหยื่อที่ใช้ตกกุ้งมีให้เลือกใช้หลายชนิดแตกต่างกันไป เช่น ไส้เดือน ตับไก่ หัวใจไก่ กุ้งฝอย ปลากระทุงเหว เหล่านี้คือเหยื่อตกกุ้ง ที่นักตกกุ้งเลือกใช้


มีนักตกกุ้งอาชีพได้เผยเคล็ดลับเกี่ยวกับเหยื่อกุ้งฝอยว่า ให้ใช้เบ็ดเกี่ยวกุ้งฝอยจากทางส่วนหางมาถึงส่วนหัว โดยให้ลอกหรือแกะเปลือกส่วนหัวออก นัยว่ากลิ่นมันที่หัวกุ้งฝอยจะเชิญชวนกุ้งใหญ่เข้ามากินเร็วขึ้น


ปลากระทุงเหว รูปร่างหน้าตาเหมือนปลาเข็ม แต่กระทุงเหวจะมีขนาดใหญ่กว่า ตัวโตจะมีขนาดเท่าปากกา

มือตกกุ้งบอกว่า ถ้าจับได้ให้ตัดเป็นท่อนยาวประมาณ 2-3 ซม. จากนั้นจึงหั่นให้เป็นเส้นยาวเหมือนไส้เดือนเหยื่อตัวนี้มีดีที่กลิ่นคาว เรียกกุ้งให้เข้ามากินดีเป็นพิเศษ

http://www.heresjonny.com/taiwan/040812-shatzepool.jpg

ตับไก่หัวใจไก่นี่ก็เป็นเหยื่อที่นักตกกุ้งนิยมใช้เช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่า สมัยที่บ่อตกกุ้งกำลังบูม ทางบ่อจะมีเหยื่อตัวนี้ไว้ให้ลูกค้าเสมอ วิธีใช้ก็คือการแล่เป็นเส้นๆ


ถึงแม้จะคิดว่าเหยื่อที่เรามีเป็นเหยื่อที่ดีที่สุด แต่บางทีกลับผิดคาดกุ้งไม่กินเหยื่อที่เราใช้เลย ผิดกับนักตกกุ้งข้างๆที่ใช้เหยื่ออีกอย่างกุ้งกับกินดี มันไม่มีอะไรที่แน่นอนเสมอไป แต่ถ้าเรามีเหยื่อที่หลากหลายกว่าโอกาศก็น่าจะเป็นของเรามากขึ้น และยังมีเหยื่ออีกชนิดที่อาจจะช่วยให้เราสมหวัง นั่นคือ ไส้เดือนเหยื่อครอบจักรวาลนั่นเอง

-----------------------------------------------ข้อมูล
จากหนังสือฟิชชิ่งทริพ
รูปภาพจากสยามฟิชชิ่ง

ลิงค์เกี่ยวกับการตกกุ้งดีๆ

เทคนิคการตกกุ้งแม่น้ำ
ของน้าครีบเหลือง

ส่วนตัวไม่มีความรู้ทางการตกกุ้งเห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดีก็เลยนำมาเผยแพร่ผิดถูกอย่างไรต้องขออภัยด้วยครับ

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

17 มิถุนายน 2552

The Old Man and the Sea(เฒ่าทะเล)




“มนุษย์นั้นถูกทำลายได้ แต่แพ้ไม่ได้”

ประโยคคลาสสิกที่หลายๆคนชอบยกขึ้นมาพูด ประโยคนี้อยู่ในนิยายเรื่อง “เฒ่าผจญทะเล” งานเขียนรางวัลโนเบลปี๑๙๕๔ เออเนส เฮมิงเวย์(Ernest Hemingway)

วันที่ชายเฒ่าผู้หนึ่งไม่สามารถตกปลาตัวใหญ่ได้เลย ทั้งๆที่ความรู้ ความเชี่ยวชาญ การอ่านทะเลของแกมิได้เป็นสองรองผู้ใด...... ความแร้นแค้นหิวโหยมาเยือนเมื่อแกไม่สามารถจับปลาตัวใหญ่มาขายได้ 47 วันเต็ม......ชายเฒ่านอนบนกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆซึ่งวางโปะไว้บนเตียงเก่าคร่ำคร่าแทนฟูก.... ชายเฒ่าอยู่และกินอย่างแร้นแค้น......แต่ก็อดทนอยู่ได้

ชาวเลสามารถหาเหยื่อตกปลาได้ง่ายๆแต่เหยื่อเหล่านั้นจะตกปลาได้แค่ไม่กี่ชนิด ซึ่งปลาที่ตกได้ส่วนมากไม่มีราคาค่างวดสูงเท่าใด(ไม่คุ้ม55) การตกปลาในท้องทะเลซึ่งมีความลึกเกือบ 1000 ไมล์ เหยื่อที่ใช้ย่อมมิใช่เหยื่อง่ายๆธรรมดาปลาทูน่าค่อนข้างสดเท่านั้นที่สามารถใช้ตกปลาใหญ่ไซส์เทพได้ แต่ชายเฒ่าไม่มีปลาทูน่าสดที่ต้องการ

เจ้าเด็กน้อยซึ่งชายเฒ่าพาออกทะเลและสั่งสอนวิทยายุทธ์ให้ บัดนี้โตเป็นหนุ่มน้อยหน้ามน และเฝ้าแวะเวียนมาหาชายเฒ่า เด็กหนุ่ม......เศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชายเฒ่า.....เขามาดูแล และมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับชายเฒ่าเท่าที่เขาจะทำได้

ความสัมพันธ์และความกตัญญูลึกซึ้งจากก้นบึ้งหัวใจของลูกผู้ชาย ระหว่างลูกศิษย์กับครูเกิดขึ้น...แม้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงในยามค่ำคืน

ก่อนรุ่งเช้า เด็กหนุ่มและชายเฒ่าช่วยกันขนสัมภาระและเหยื่อสดๆซึ่งเด็กหนุ่มหามาให้ ลงบนเรือลำเก่า ใบเรืปุปะจนจำแทบมิได้

" ขอให้ลุงโชคดีเด้อ" เด็กหนุ่มกล่าวกับชายเฒ่า " ขอบใจ..ลุงต้องโชคดีแน่ๆวันนี้ "ชายเฒ่ากล่าวด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง

ชายเฒ่ากรรเชียงเรือออกจากชายฝั่งออกสู่ท้องทะเลที่มีความลึกและลมแรง ซึ่งจะสามารถกางใบเรือแทนการกรรเชียงเพิ่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง

ชายเฒ่ามีเรือ มีอุปกรณ์เก่าๆ แต่แข็งแรงมีเหยื่อปลาค่อนข้างสดมากกว่าที่ผ่านๆมาในรอบหลายสิบวัน แม้จะโดดเดี่ยว มีเพียงน้ำปล่าวขวดเดียว ไม่มีอาหารสะเบียงตระเตรียมไว้ แต่เขาก็มุ่งหน้า สู่จุดหมายที่ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว....และมั่นใจ

ชายเฒ่าออเรือไปไกล.....ไกล....และไกลมากกว่าชาวประมงเกือบทุกคน เพราะนั่นคือจุดหมายที่ชายเฒ่าต้องการและเขาก็รู้ว่าเขาจะลบล้างความล้มเหลวที่ผ่านมาได้อย่างไร

เมื่อถึงระยะทางและความลึกของน้ำตามที่ชายเฒ่าตั้งใจ เขาบรรจงโรยสายเหยื่อสู่ผืนน้ำทันที ด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ชายเฒ่าเรียนรู้จากทะเล ปลามาร์ลินขนาดใหญ่มากเท่าที่ชายเฒ่าเคยประสบมา กินเหยื่อและติดเบ็ดของชายเฒ่า....เขาโชคดี

ปลาตัวนี้หนักอึ้งไม่สามารถที่ชายเฒ่าจะหักโหมและสาวเอ็นขึ้นมาอย่างง่ายดาย.....เค้าทำได้แค่รั้งสายไว้เท่านั้น และมีโอกาสเก็บสายเข้ามาได้บ้างเมื่อปลาอ่อนแรง

ชายเฒ่าสู้กับปลาตัวนี้สองวันสองคืน เขามีน้ำดื่มเพียงขวดเดียว...ไม่มีอาหาร









ฝ่ามือของชายเฒ่าเต็มไปด้วเลือดเพราะการบาดของสายเอ็น และตะคริวที่เกิดจากการหักโหมสู้กับปลามาเนิ่นนาน แต่เขาก็แก้และผ่านสถานะการณ์เลวร้ายมาได้ การต่อสู้สองคืนสองวัน...ชายเฒ่าเป็นผู้สยบปลามาร์ลินยักษ์ตัวนั้น

เขานำปลาตัวนั้นผูกติดกับข้างเรือและมุ่งหน้ากลับเข้าฝั่ง ซึ่งห่างไกลหลายไมล์ ความคิดถึงชัยชนะและการคำนวณตัวเลขของเนื้อปลาที่จะนำมาขายเมื่อถึงฝั่ง......เขามีความสุข

แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้กับทะเล!....กลิ่นคาวเลือดที่ชายเฒ่าใช้ฉมวกพุ่งเข้าสยบมาร์ลินยักษ์ ทำให้ปลาฉลามหลายตัวและหลายฝูง เข้ามารุมทึ้งและแทะเล็มเนื้ออันโอชะของปลายักษ์ทีละเล็กละน้อยจนเกือบหมด เมื่อชายเฒ่าพาเรือกลับสู่ฝั่งชายเฒ่ากลับเข้าพักผ่อนบนเตียงเก่าคร่ำคร่าตัวเดิม เขาเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ...... เจ็บใจ

ชาวประมงพากันรุมล้อมและเพ่งดูซากโครงปลายักษ์ของชายเฒ่าอย่า่่งทึ่ง และชื่นชมในความอุตสาหะพยายามของชายเฒ่า นับเป็นซากโครงปลายักษ์ซึ่งไม่เคยมีใครเห็น

ชายเฒ่าเหนื่อยและพักผ่อนอย่างสงบ...แต่ลึกๆในใจ.....บอบช้ำเหลือเกิน ชายเฒ่ามิได้พ่ายแพ้แก่ปลายักษ์แต่เขาแพ้ต่อความไม่แน่นอนของท้องทะเลมากกว่า

คนเราเมื่อมุ่งมั่น อดทน และต่อสู้ย่อมมีวันแห่งความสมใจ แต่ไม่มีใครสามารถเอาชนะความเป็นจริงได้

ความจริงเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ความพากเพียรสร้างได้ด้วยกำลังกายและกำลังใจ อย่าท้อ เมื่อไม่สมปราถนา ทำให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ คงจะมีบางครั้งที่ความเป็นจริงตรงกับความพากเพียรของเรา.................................





คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

03 มิถุนายน 2552

เทคนิคการใช้ป็อบเปอร์ (Techniques used Popper) # 2




วายน์ ออน หลีดเดอร์ (Wind-On Leader) 
หมายถึง สายหลีดเดอร์ที่ต่อกับสายเบ็ดโดยตรง ซึ่งสามารถม้วนสายหลีดเดอร์เข้าไปยังตัวรอกได้เลย บางที่จะเรียกว่า แคร้ง ออน หลีดเดอร์( Crank-On Leader) จุดประสงค์ของการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์โดยตรงในแบบนี้มี้มีอยู่ 2 อย่างคือ

1.) ใช้กับงานตกปลาทั่วๆไป เพื่อนักตกปลาที่ตกปลาลำพังคนเดียวสามารถ สามารถเล่นและดึงปลาขึ้นตากน้ำได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ช่วย การต่อสายหลีดเดอร์แบบนี้จะเป็นการต่อระหว่างสายเบ็ดที่เป็นสายเอ็นไนล่อนกับหลีดเดอร์ที่เป็นสายเอ็นไนล่อนเช่นกัน เพียงแต่ขนาดสายแตกต่างกัน (ส่วนมากสายหลีดเดอร์จะใหญ่กว่า) การต่อสายหลีดเดอร์กับสายเบ็ดโดยตรงแบบนี้เมื่อก่อนเราอาจไม่คุ้นเคยกัน แต่ในปัจจุบันเริ่มเป็นที่นิยมของนักตกปลากลุ่มใหญ่บ้างแล้ว

2.) ใช้กับงานตีเหยื่อปลอม ซึ่งนิยมในกลุ่ม ป๊อบปิ้ง จิ๊กกิ้ง ซึ่งการมัดลักษณะนี้ทำใหการปรับระยะห่างระหว่างตัวเหยื่อกับปลายคันเบ็ด ทำได้ง่าย สะดวกและเหมาะสมที่สุด เพราะนักตกปลาไม่ต้องกังวลว่าจะมีลูกหมุนมาขวางทาง หรือมีปมมาสะดุดปลายไกด์ การต่อสายหลีดเดอร์โดยตรงเพื่อใช้ในการตีป๊อบเปอร์หรือจิ้กกิ้ง มีทั้งการต่อสายไนล่อนกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นที่เป็นไนล่อนเหมือนกัน และต่อสายเบ็ดที่เป็นสายเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นไนล่อน ซึ่งเรียกสายแบบนี้ว่า ช็อคหลีดเดอร์(Shock Leader) การต่อแบบนี้จะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นต่อแรงดึงอย่างรุนแรงของปลาที่ติดเบ็ดเพราะสายเบ็ดแบบสายเชือกถักมีการยืดตัวที่ต่ำมาก จึงมีโอกาสขาดง่าย นอกจากนี้ยังมีการต่อสายเบ็ด แบบเชือกถักแบบเส้นกลวงกับสายหลีดเดอร์เชือกถักแบบมีแกนกลางอีกด้วย ทั้งยังมีนักตกปลาบางกลุ่ม ต่อสายเบ็ดแบบเชือกถักประเภทสาย พีอี กับสายเชือกถักแบบ พีอี ที่ถูกขวั้นเกลียว หรือ ถักเข้ากันหลายเส้นเพื่อให้มีขนาดแรงดึงเพิ่มขึ้น

เห็นมั้ยครับว่าการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์โดยตรงไม่ต้องผ่านลูกหมุนหรือตัวเชื่อมอื่นใดมีประโยชน์ และประสิทธิภาพมากเพียงใดขนาดยังไม่ลอง ยังมองภาพออกเลย การต่อสายประเภทนี้ เหมาะกับการตีเหยื่อป๊อบเปอร์ และ จิ๊กกิ๊ง ปลาทะเลน้ำลึก รูปแบบของการต่อสายหลีดเดอร์แบบ วายน์ ออน(Wind-On Leader)มีมากมายหลายแบบขึ้นอยูกับว่าจะใช้งานแบบใด ซึงพอแยกออกได้ดังนี้

http://www.furledleaders.co.uk/images/nylon-grey.jpg

1.) ต่อสายเบ็ดไนล่อนกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน
การต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นไนล่อนด้วยกันนั้น สามารถต่อโดยใช้การผูกเงื่อนธรรมดาทั่วไป เช่น เงื่อบลั๊ด(Blood Knot) และ เงื่อนยูนิ(UniKnot) แต่การต่อด้วยวิธีผูกเงื่อนแบบนี้ปมเงื่อนจะมีขนาดใหญ่พอสมควรทำให้สะดุดกับวงไกด์ได้บ้าง และไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับไกด์ที่เป็นแบบลูกล้อ หรือ โรลเลอร์ (Roller Guide)เพราะไกด์ชนิดนี้มีช่องให้สายผ่านค่อนข้างแคบ อาจทำให้ปมเงื่อนไปติดกับร่องสายของไกด์ได้ครับ ปกติการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์นั้น สายเบ็ดจะมีขนาดเล็กหรือแรงดึงน้อยกว่าสายหลีดเดอร์ ดังนั้นนักตกปลาจึงมักจะทำสายทบคู่ หรือ ดับเบิ้ลไลน์ (Double Line)กับสายเบ็ดก่อนแล้วจึงมาผูกต่อกับสายหลีดเดอร์ ปัญหาอีกอย่างของการต่อสายด้วยการผูกเงื่อนก็คือ ปลายสายที่เหลืออยู่นั้นจะ
มีอยู่ 2 ลักษณะ




1.1) ปลายสายที่เหลืออยู่ทางด้านนอกทั้ง 2 ด้านของตัวเงื่อน เกิดขึ้นกับ เงื่อนยูนิ(Uni Knot) ,ดับเบิ้ลเซ็นทัวรี่(Double Centauri Knot) และ เงื่อน ออฟโพส เนล(Opposed Nail Knot)


1.2) ปลายสายที่เหลือทั้งคู่อยู่ติดกัน เกิดขึ้นกับ เงื่อนบลั๊ด(Blood Knot) จากนั้นปลายสายที่เหลือทั้ง 2 แบบจะถูกตัดออก และลนไฟให้ละลายแนบไปกับตัวเงื่อน ซึ่งวิธีลนไฟ อย่าใช้ไฟลนโดยตรง เพราะอาจพลาดไปโดนสายเบ็ดเสียหายหรือขาดได้ ให้เอาไฟลนบนใบมีดหรือโลหะแบนๆจนร้อนพอสมควร กะว่าคงพอละลายสายได้ แล้วเอาไปแตะปลายสายที่ตัดแล้ว ความร้อนจะละลายสายเอ็นตรงจุดที่เราแตะเท่านั้น
การทำปมเงื่อนให้เกิดความเรียบลื่น เพื่อประสิทธิภาพในการส่งเหยื่อและลดปัญหาการเสียดสีกับไกด์ ให้ใช้เชือกเคลือบขี้ผึ้งหรือ เทรดแว็กซ์(Thread Wax) หรือจะใช่เชือกขัดฟัน(Dental Floss)แบบเคลือบขี้ผึ้ง พันทับปมเงื่อนแล้วใช้ความร้อนทำให้ขี้ผึ้งละลายยึดจุดพที่พันเชือกจนเรียบลื่น
2.) ต่อสายเบ็ดแบบเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน
ในอดีตของวงการตกปลาบ้านเรา เคยมีการใช้สายเบ็ดแบบเชือกถักมาก่อน แต่ก็เลิกรากันไปเนื่องจากมีปัญหาต่อการใช้งานค่อนข้างมาก เช่นเวลาสายพันกันยุ่งหรือฟู่ จะแก้ออกได้ยากกว่าสายเอ็นไนล่อน ประการต่อมาสายเชือกถักจะอุ้มน้ำได้มาก จึงต้องดูแลกันยุ่งยากสักหน่อย และด้วยความที่มันเป็นสายเบ็ดที่มีผิวไม่เรียบลื่น จึงทำให้สายบาดมือนักตกปลาบ่อยครั้ง เมื่อมีากรใช้สายหลีดเดอร์กับสายเชือกถักแบบธรรมดาทั่วไป ก็ใช้วิธีต่อเชื่อมกับลูกหมุนตามปกติ แต่ถ้าไม่ต่อเชื่อมกับลูกหมุน ก็จะเป็นการใช้มนลักษณะ วายน์ ออน หลีดเดอร์ (Wind-On Leader) การเชื่อมต่อระหว่างสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน ซึ่งมีความอ่อนและแข็งต่างกันมาก ทำให้ใช้เงื่อนธรรมดาได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงต้องใช้วิธีพิเศษ เช่น

ต่อเชื่อมสายเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ไนล่อนโดยไม่ผูกเงื่อน การต่อเชื่อมแบบนี้อาจทำได้ยากสักหน่อยกับสายเชือกถัก แบบ พีอี รุ่นที่ทำการหลอมผิวหรือเคลือบผิวจนเกือบจะเป็นสายเบ็ดแบบเส้นเดียว(Monofilament)เข้าไปทุกที แต่เป็นสายถักแบบเส้นกลวงหรือแบบมีแกนในแบบเดิมก็จะทำการเชื่อมต่อง่าย



วิธีก็คือเหลาปลายสายหลีดเดอร์ให้แหลมเรียว แล้วเสียบปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อน เข้าไปในช่องกลวงของสายเชือกถัก โดยค่อยๆย่นสายเชือกถักให้เป็นช่องกลวงใหญ่ขึ้น สอดปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อนเข้าไปช่องกลวงของสายเชือกถัก จนได้ความยาว 25-30 ซ.ม.จากนั้นดึงสายทั้งสองเส้นให้ตึงพอสมควร (สายเชือกถักจะรัดสายไนล่อนไว้แน่น) จากนั้นใช้สายเชือกถักหรือด้ายไนล่อนเส้นเล็กๆพันรัดปลายเชือกถักจนแน่น และทำเช่นเดียวกันกับปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อน ที่อยู่ภายในช่องกลวงของเชือกถักด้ายไนล่อนที่พันทับนี้ ให้ใช้กาวยางที่ใช้ติดกับพวกแผ่นพลาสติก เช่นยี่ห้อ Aqua seal หรือจะใช้เชือกเคลือบขี้ผึ้งพันทับก็ได้เช่นกัน จุดประสงค์ก็เพื่อยึดติดจุดเชื่อมให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

เชิญแวะที่:
thainitaห้นย

จ้าวน้อยฟิชชิ่ง ตกปลาฮาเฮ เร่ไปเพราะใจสั่งมา © 2009. Powered by  MyPagerank.Net