แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การใช้ป็อบเปอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การใช้ป็อบเปอร์ แสดงบทความทั้งหมด

03 มิถุนายน 2552

เทคนิคการใช้ป็อบเปอร์ (Techniques used Popper) # 2




วายน์ ออน หลีดเดอร์ (Wind-On Leader) 
หมายถึง สายหลีดเดอร์ที่ต่อกับสายเบ็ดโดยตรง ซึ่งสามารถม้วนสายหลีดเดอร์เข้าไปยังตัวรอกได้เลย บางที่จะเรียกว่า แคร้ง ออน หลีดเดอร์( Crank-On Leader) จุดประสงค์ของการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์โดยตรงในแบบนี้มี้มีอยู่ 2 อย่างคือ

1.) ใช้กับงานตกปลาทั่วๆไป เพื่อนักตกปลาที่ตกปลาลำพังคนเดียวสามารถ สามารถเล่นและดึงปลาขึ้นตากน้ำได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้ช่วย การต่อสายหลีดเดอร์แบบนี้จะเป็นการต่อระหว่างสายเบ็ดที่เป็นสายเอ็นไนล่อนกับหลีดเดอร์ที่เป็นสายเอ็นไนล่อนเช่นกัน เพียงแต่ขนาดสายแตกต่างกัน (ส่วนมากสายหลีดเดอร์จะใหญ่กว่า) การต่อสายหลีดเดอร์กับสายเบ็ดโดยตรงแบบนี้เมื่อก่อนเราอาจไม่คุ้นเคยกัน แต่ในปัจจุบันเริ่มเป็นที่นิยมของนักตกปลากลุ่มใหญ่บ้างแล้ว

2.) ใช้กับงานตีเหยื่อปลอม ซึ่งนิยมในกลุ่ม ป๊อบปิ้ง จิ๊กกิ้ง ซึ่งการมัดลักษณะนี้ทำใหการปรับระยะห่างระหว่างตัวเหยื่อกับปลายคันเบ็ด ทำได้ง่าย สะดวกและเหมาะสมที่สุด เพราะนักตกปลาไม่ต้องกังวลว่าจะมีลูกหมุนมาขวางทาง หรือมีปมมาสะดุดปลายไกด์ การต่อสายหลีดเดอร์โดยตรงเพื่อใช้ในการตีป๊อบเปอร์หรือจิ้กกิ้ง มีทั้งการต่อสายไนล่อนกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นที่เป็นไนล่อนเหมือนกัน และต่อสายเบ็ดที่เป็นสายเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นไนล่อน ซึ่งเรียกสายแบบนี้ว่า ช็อคหลีดเดอร์(Shock Leader) การต่อแบบนี้จะช่วยให้เกิดความยืดหยุ่นต่อแรงดึงอย่างรุนแรงของปลาที่ติดเบ็ดเพราะสายเบ็ดแบบสายเชือกถักมีการยืดตัวที่ต่ำมาก จึงมีโอกาสขาดง่าย นอกจากนี้ยังมีการต่อสายเบ็ด แบบเชือกถักแบบเส้นกลวงกับสายหลีดเดอร์เชือกถักแบบมีแกนกลางอีกด้วย ทั้งยังมีนักตกปลาบางกลุ่ม ต่อสายเบ็ดแบบเชือกถักประเภทสาย พีอี กับสายเชือกถักแบบ พีอี ที่ถูกขวั้นเกลียว หรือ ถักเข้ากันหลายเส้นเพื่อให้มีขนาดแรงดึงเพิ่มขึ้น

เห็นมั้ยครับว่าการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์โดยตรงไม่ต้องผ่านลูกหมุนหรือตัวเชื่อมอื่นใดมีประโยชน์ และประสิทธิภาพมากเพียงใดขนาดยังไม่ลอง ยังมองภาพออกเลย การต่อสายประเภทนี้ เหมาะกับการตีเหยื่อป๊อบเปอร์ และ จิ๊กกิ๊ง ปลาทะเลน้ำลึก รูปแบบของการต่อสายหลีดเดอร์แบบ วายน์ ออน(Wind-On Leader)มีมากมายหลายแบบขึ้นอยูกับว่าจะใช้งานแบบใด ซึงพอแยกออกได้ดังนี้

http://www.furledleaders.co.uk/images/nylon-grey.jpg

1.) ต่อสายเบ็ดไนล่อนกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน
การต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์ที่เป็นไนล่อนด้วยกันนั้น สามารถต่อโดยใช้การผูกเงื่อนธรรมดาทั่วไป เช่น เงื่อบลั๊ด(Blood Knot) และ เงื่อนยูนิ(UniKnot) แต่การต่อด้วยวิธีผูกเงื่อนแบบนี้ปมเงื่อนจะมีขนาดใหญ่พอสมควรทำให้สะดุดกับวงไกด์ได้บ้าง และไม่เหมาะที่จะนำไปใช้กับไกด์ที่เป็นแบบลูกล้อ หรือ โรลเลอร์ (Roller Guide)เพราะไกด์ชนิดนี้มีช่องให้สายผ่านค่อนข้างแคบ อาจทำให้ปมเงื่อนไปติดกับร่องสายของไกด์ได้ครับ ปกติการต่อสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์นั้น สายเบ็ดจะมีขนาดเล็กหรือแรงดึงน้อยกว่าสายหลีดเดอร์ ดังนั้นนักตกปลาจึงมักจะทำสายทบคู่ หรือ ดับเบิ้ลไลน์ (Double Line)กับสายเบ็ดก่อนแล้วจึงมาผูกต่อกับสายหลีดเดอร์ ปัญหาอีกอย่างของการต่อสายด้วยการผูกเงื่อนก็คือ ปลายสายที่เหลืออยู่นั้นจะ
มีอยู่ 2 ลักษณะ




1.1) ปลายสายที่เหลืออยู่ทางด้านนอกทั้ง 2 ด้านของตัวเงื่อน เกิดขึ้นกับ เงื่อนยูนิ(Uni Knot) ,ดับเบิ้ลเซ็นทัวรี่(Double Centauri Knot) และ เงื่อน ออฟโพส เนล(Opposed Nail Knot)


1.2) ปลายสายที่เหลือทั้งคู่อยู่ติดกัน เกิดขึ้นกับ เงื่อนบลั๊ด(Blood Knot) จากนั้นปลายสายที่เหลือทั้ง 2 แบบจะถูกตัดออก และลนไฟให้ละลายแนบไปกับตัวเงื่อน ซึ่งวิธีลนไฟ อย่าใช้ไฟลนโดยตรง เพราะอาจพลาดไปโดนสายเบ็ดเสียหายหรือขาดได้ ให้เอาไฟลนบนใบมีดหรือโลหะแบนๆจนร้อนพอสมควร กะว่าคงพอละลายสายได้ แล้วเอาไปแตะปลายสายที่ตัดแล้ว ความร้อนจะละลายสายเอ็นตรงจุดที่เราแตะเท่านั้น
การทำปมเงื่อนให้เกิดความเรียบลื่น เพื่อประสิทธิภาพในการส่งเหยื่อและลดปัญหาการเสียดสีกับไกด์ ให้ใช้เชือกเคลือบขี้ผึ้งหรือ เทรดแว็กซ์(Thread Wax) หรือจะใช่เชือกขัดฟัน(Dental Floss)แบบเคลือบขี้ผึ้ง พันทับปมเงื่อนแล้วใช้ความร้อนทำให้ขี้ผึ้งละลายยึดจุดพที่พันเชือกจนเรียบลื่น
2.) ต่อสายเบ็ดแบบเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน
ในอดีตของวงการตกปลาบ้านเรา เคยมีการใช้สายเบ็ดแบบเชือกถักมาก่อน แต่ก็เลิกรากันไปเนื่องจากมีปัญหาต่อการใช้งานค่อนข้างมาก เช่นเวลาสายพันกันยุ่งหรือฟู่ จะแก้ออกได้ยากกว่าสายเอ็นไนล่อน ประการต่อมาสายเชือกถักจะอุ้มน้ำได้มาก จึงต้องดูแลกันยุ่งยากสักหน่อย และด้วยความที่มันเป็นสายเบ็ดที่มีผิวไม่เรียบลื่น จึงทำให้สายบาดมือนักตกปลาบ่อยครั้ง เมื่อมีากรใช้สายหลีดเดอร์กับสายเชือกถักแบบธรรมดาทั่วไป ก็ใช้วิธีต่อเชื่อมกับลูกหมุนตามปกติ แต่ถ้าไม่ต่อเชื่อมกับลูกหมุน ก็จะเป็นการใช้มนลักษณะ วายน์ ออน หลีดเดอร์ (Wind-On Leader) การเชื่อมต่อระหว่างสายเบ็ดกับสายหลีดเดอร์ไนล่อน ซึ่งมีความอ่อนและแข็งต่างกันมาก ทำให้ใช้เงื่อนธรรมดาได้ไม่ดีเท่าที่ควร จึงต้องใช้วิธีพิเศษ เช่น

ต่อเชื่อมสายเชือกถักกับสายหลีดเดอร์ไนล่อนโดยไม่ผูกเงื่อน การต่อเชื่อมแบบนี้อาจทำได้ยากสักหน่อยกับสายเชือกถัก แบบ พีอี รุ่นที่ทำการหลอมผิวหรือเคลือบผิวจนเกือบจะเป็นสายเบ็ดแบบเส้นเดียว(Monofilament)เข้าไปทุกที แต่เป็นสายถักแบบเส้นกลวงหรือแบบมีแกนในแบบเดิมก็จะทำการเชื่อมต่อง่าย



วิธีก็คือเหลาปลายสายหลีดเดอร์ให้แหลมเรียว แล้วเสียบปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อน เข้าไปในช่องกลวงของสายเชือกถัก โดยค่อยๆย่นสายเชือกถักให้เป็นช่องกลวงใหญ่ขึ้น สอดปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อนเข้าไปช่องกลวงของสายเชือกถัก จนได้ความยาว 25-30 ซ.ม.จากนั้นดึงสายทั้งสองเส้นให้ตึงพอสมควร (สายเชือกถักจะรัดสายไนล่อนไว้แน่น) จากนั้นใช้สายเชือกถักหรือด้ายไนล่อนเส้นเล็กๆพันรัดปลายเชือกถักจนแน่น และทำเช่นเดียวกันกับปลายสายหลีดเดอร์ไนล่อน ที่อยู่ภายในช่องกลวงของเชือกถักด้ายไนล่อนที่พันทับนี้ ให้ใช้กาวยางที่ใช้ติดกับพวกแผ่นพลาสติก เช่นยี่ห้อ Aqua seal หรือจะใช้เชือกเคลือบขี้ผึ้งพันทับก็ได้เช่นกัน จุดประสงค์ก็เพื่อยึดติดจุดเชื่อมให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

27 พฤษภาคม 2552

เทคนิคการใช้ป็อบเปอร์ (Techniques used Popper)

เทคนิคการใช้ป็อบเปอร์ (Techniques used Popper)


เทคนิคการใช้เหยื่อปลอมแบบป๊อบเปอร์( Popper) นั้น พื้นฐานการใช้มิได้ยุ่งยากอะไรมากมาย หลักการของมันนั้นคล้ายคลึงการเหวี่ยงเหยื่อทั่วไปนั่นเอง และในปัจจุบันการใช้เหยื่อป๊อบเปอร์ถูกเลือกเอาไปใช้งานกับการตกปลาขนาดใหญ่มาก ไซส์ระดับ 20-50 ก.ก. จึงทำให้การใช้เหยื่อปลอมชนิดนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นที่รูปทรงและขนาดของเหยื่อ และแม้กระทั่ง ตัวเบ็ด คัน รอก และสายเบ็ดก็ต้องถูกพัฒนาคิดค้นไปตามๆกัน ซึ่งในวงการป๊อบเปอร์จะเน้นพัฒนาทางด้านชุดสปินนิ่งเพียงด้านเดียว ก็เพราะว่าการเหวี่ยงเหยื่อตีป๊อบเปอร์ นั้นชุดสปินนิ่งใช้งานได้คล่องตัวและครอบคลุมมากที่สุด อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ร่วมกับการจิ๊กกิ้งน้ำลึกได้อีกด้วย


จุดที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดคงเป็นที่ตัวเหยื่อ ซึ่งแต่เดิมเป็นเหยื่อในกลุ่มปลาปลอมหรือปลั๊ก (Plug)ที่มีขนาดเล็กเพียง 3-5 นิ้ว ก็ได้ปรับปรุงเป็นเหยื่อป๊อบเปอร์(Popper)ที่มีความยาวเพิ่มขึ้น บางรุ่นยาวเกินกว่า 10 นิ้วก็มี ซึ่งแน่นอนตัวเหยื่อก็ต้องมีสมรรถภาพสามารถใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อกรกับปลากระมงไซส์ 20 โลขึ้นได้เป็นอย่างดี


ปัจจุบันเหยื่อPopper ขนาดใหญ่นี้สามารถผลิตได้ในบ้านเราเอง อีกทั้งยังสามารถส่งออกต่างประเทศและเป็นที่ยอบรับอย่างเป็นสากล ที่รู้ๆก็ของโปรกิ๊กละ่ครับ ซึ่งสนนราคาก็ต้องบอกว่าเหมาะสมกับคุณภาพง่ายๆก็คือ สมน้ำสมเนื้อครับ ส่วนของการพัฒนาเหยื่อPopper ก็ไม่ได่มีอะไรแหวกแนว เพียงเพิ่มความแข็งแกร่งแข็งแรงขององค์ประกอบต่างๆ อาทิแกนลวดกลางตัวเหยื่อที่มีห่วงเอาไว้คล้องตัวเบ็ดละสายหลีดเดอร์ ซึ่งถูกเพิ่มขนาดให้ใหญ๋ขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะตัวเบ็ดสามทาง (Treble Hook) จะต้องเป็นชนิดที่แข็งแรงเป็นพิเศษ ซึ่งแน่นนอนจะต้องแลกมาด้วยราคาที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม(แต่ก็คุ้มน่า)


เมื่อมีการพัฒนาในส่วนตัวเหยื่อแล้ว การปรับปรุงพัฒนาสายหน้าหรือสายหลีดเดอร์ก็ต้องปรับปรุงควบคู่กันไป ปกติการใช้สายหลีดเดอร์ต่อกับสายเบ็ดด้วยลูกหมุนหรือคล้องด้วยลูกหมุนคลิปทางด้านหนึ่ง และผูกกับตัวเบ็ดหรือคล้องกับเหยื่อปลอมอีกทางปลายด้่านหนึ่งเพื่อตกปลาทั่วไปนั้นเป็นเรื่องธรรมดาปกติอยู่แล้ว แต่กับการเหวี่ยงเหยื่อหรือตีเหยื่อPopperไม่นิยมใช้วิธีนี้ เพราะจะกำหนดความยาวในการเหวี่ยงเหยื่อได้ยาก เนื่องจากถ้าใช้ลูกหมุน มันจะไปติดกับไกด์ตัวปลายคัน ดังนั้นชุดหลีดเดอร์หรือสายหน้าที่ใช้กับเหยื่อPopperนี้จึงต่างออกไป

Photobucket

เทคนิควิธีการมัดสายหลีดเดอร์หรือสายหน้าตีป๊อบเปอร์นั้น มีมากมายหลายวิธี และที่บ้านเรานิยมใช้ ก็มีแบบ วายออน(Wind-On Leader) คือใช้สายหลีดเดอร์ต่อกับสายเบ็ดโดยตรงเลย ไม่มีลูกหมุนมาเป็นส่วนประกอบระหว่างสายหลีดเดอร์กับสายเบ็ด วิธีต่อสายหลีดเดอร์กับสายเบ็ดก็ใช้วิธีผูกเงื่อนเหมือนกับมัดเบ็ดทั่วไป เช่นเงื่อน Blood KNOT หรือ Uni Knot จุดด้อยของการต่อแบบผูกเงื่อนอยู่ตรงที่ปมเงื่อนจะสะดุดกับไกด์ที่คันเบ็ด เวลาหมุนเก็บสายจนสายหลีดเดอร์เข้ามาถึงตัวรอก จึงต้องมีการพันเชือกเคลือบขี้ผึ้งให้ตัวเงื่อนเรียบเป็นเนื้อเดียวกัน



ที่เรียกว่า วายออน(Wind-On Leader) นี้ก็หมายถึง การม้วนเก็บสายหลีดเดอร์ผ่านตัวไกด์ไปยังตัวรอกได้เลย ประโยชน์ของมันคือ นักตกปลาลำพังเพียงคนเดียวสามารถเอื้อมไปจับสายหลีดเดอร์ ดึงปลาขึ้นจากน้ำหรือใช้ตะขอเกี่ยวปลาได้ด้วยตัวเอง หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมต้องใช้สายหลีดเดอร์ยาวเช่นนั้น ตามกติกาสากล เขาให้ใช้สายหลีดเดอร์ยาวได้ถึง 30 ฟุต ก็เพื่อให้ผู้ช่วยนักตกปลาช่วยจับสายหลีดเดอร์ดึงปลาเข้ามาได้(แต่เขาห้ามผู้ช่วยจับสายเบ็ดตกปลา) ทั้งนี้นักตกปลาส่วนมากใช้สายหลีดเดอร์ใหญ่กว่าสายเบ็ดที่ใช้อยู่แล้ว มันจึงแข็งแรงพอจะดึงปลาขึ้นจากน้ำได้ จึงทำให้สายหลีดเดอร์ วายออน(Wind-On Leader)ได้รับความนิยมกับนักตกปลาบางกลุ่ม

Shock Leader


เป็นที่รู้กันดีว่า การตีเหยื่อPopperนั้น นักตกปลาเลือกใช้สายเบ็ดแบบ พีอี (PE ) เป็นหลักการที่จะต่อสายเบ็ดพีอีเข้าด้วยกัน (กรณีใช้สายพีอี ขนาดใหญ่ทำสายหลีดเดอร์) ก็ใช้วิธีผูกเงื่อนธรรมดาเช่นกัน แต่กรณีนักตกปลาบางกลุ่มต้องการให้เกิดความยืดหยุ่น รองรับแรงกระชากจากปลา มักจะเลือกสายเอ็นไนล่อน มาต่อกับสายพีอี การใช้สายหลีดเดอร์แบบนี้เรียกว่า ช็อคหลีดเดอร์(Shock Leader)


การต่อสายเอ็นไนล่อนเข้ากับสายพีอี ด้วยวิธีผูกเงื่อนธรรมดาจะทำได้ยาก โดยเฉพาะถ้าเลือกใช้สายเอ็นไนล่อนขนาด 100 ปอนด์ขึ้นไปเป็นสายหลีดเดอร์ จึงต้องมีวิธีต่อแบบพิเศษ ซึ่งนักตกปลาบ้านเราได้ปรับปรุงวิธีต่อสายพีอีกับสายเอ็นไนล่อนต่างกันออกไปบ้างในแต่ละกลุ่ม แต่ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

โปรดติดตามตอนที่ 2 (นานๆนี้)

คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......

เชิญแวะที่:
thainitaห้นย

จ้าวน้อยฟิชชิ่ง ตกปลาฮาเฮ เร่ไปเพราะใจสั่งมา © 2009. Powered by  MyPagerank.Net