- << ปลากระสูบ >>
<<<+++++++++++++*+*+++++++++++++>>>
- ชื่อเรียก กระสูบ(ภาคกลาง) สูบ(ภาคใต้) สูด(ภาคอิสาน)
- ชื่อวิทย์ (Hampala macrolepidota Valenciennes)
ปลาชนิดนี้มีลักษณะเด่นค่อนข้างชัดเจนและสมกับชื่อกระสูบขีด กล่าวคือในปลาตัว เต็มวัยขนาดความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ขึ้นไปจะมีแถบดำอยู่ในแนวขวางในแนวด้านข้าง ลำตัว ซึ่งจะเป็นแถบที่เห็นชัดที่สุดอย่างไรก็ดีในปลาบางตัวจะมีแถบบริเวณโคนครีบ หางและแถบ ขวางคาดตาเพิ่มขึ้นด้วยแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่แล้วก็ตาม
ส่วนในปลาขนาดเล็ก (2-5 เซนติเมตร จะพบว่ามีแถบสีดำพาดตามขวางชัดเจน 3 แถบ) ครีบต่างๆ ของปลากระสูบจะใส ยกเว้นครีบ หางที่จะมีสีส้มสดอมแดง จนถึงสีแดง ส่วนมากขอบบนและล่างของครีบหางจะมีแถบสีดำ อย่าง ไรก็ดีในบางตัวอย่างจะไม่มีแถบ ลำตัวมีสีเงิน บริเวณฐานเกล็ดจะมีสีคล้ำ ส่วนหลังจะมีสีเข้มกว่า ส่วนท้องและด้านข้างลำตัว ในบางกรณีพบว่าแก้มจะมีสีชมพูหรือสีส้ม ปลากระสูบขีดเป็นปลาที่ มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาเพื่อนพ้อง<<<+++++++++++++*+*+++++++++++++>>>
- 2.) ปลากระสูบจุด (ภาคกลาง) สูด(อิสาน)
- ชื่อวิทย์(Hampala dispar Smith)
ปลา กระสูบชนิดนี้มีแหล่งที่ถูกเก็บและตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ครั้งแรกจาก แม่น้ำมูล จังหวัด อุบลราชธานี โดย H.M. Smith ในปี 1934 ปลากระสูบชนิดนี้มีลักษณะเด่นโดยจะมีจุดกลมอยู่ใน แนวด้านข้างลำตัว นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปลากระสูบขีด หรือ ปลากระสูบพม่า แล้ว กระสูบสุดจะมีลำตัวอ้วนป้อมกว่า หัวสั้นกว่า และมีหางสั้น ครีบต่างๆ ของกระสูบจุดใสไม่มีสี นอกจากครีบหางที่มีสีส้ม ส่วนมากจะไม่มีแถบดำที่บริเวณขอบด้านบนและล่างของครีบหาง
มีหนวดสั้น 1 คู่ที่ริมฝีปาก ครีบหลังค่อนข้างเล็ก ครีบหางเว้าลึก เกล็ดค่อนข้างใหญ่ ตัวมีสีเงิน ด้านหลังสีคล้ำอมน้ำตาล ด้านท้องสีจาง ด้านข้างลำตัวมีจุดสีคล้ำข้างละหนึ่งดวง ครีบมีสีแดงเรื่อ ครีบหางมีสีแดงไม่มีแถบสีคล้ำ โดย พบตัวอย่างจำนวนน้อยเท่านั้นที่พบแถบดังกล่าว

ในขณะที่เป็นปลาขนาดเล็กความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ลูกปลาชนิดนี้จะมีลายขวางกลางลำตัวเหมือนกระสูบขีดที่โตเต็มวัย แต่จะมีลาย ตามขวางเพียงแถบเดียวเท่านั้นไม่เป็นสามแถบเหมือนกระสูบขีดขนาดเล็ก
แหล่ง ที่พบปลาชนิดนี้ส่วนมากเป็นแหล่งน้ำนิ่งที่ค่อนข้างตื้น ลักษณะเป็นหนองบึง ขนาดเล็กปลาชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์เฉพาะในแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำโขง โดยพบปะปนกับ ปลากระสูบขีด อย่างไรก็ดีในบริเวณที่พบปะปนกัน ปลามักจะอยู่แยกกันโดยในกรณีของแม่น้ำมูล ที่จังหวัดอุบลราชธานีเราจะพบปลากระสูบขีดได้ในแม่น้ำสายหลัก
ส่วนกระสูบจุดจะพบตาม หนองน้ำ หรือลำน้ำสาขาขนาดเล็ก ในภาคกลางมีรายงานน้อยมากเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ส่วนมาก ปลากระสูบที่พบจะเป็นกระสูบขีดเสียมากกว่า ต่างกับในภาคอิสานซึ่งส่วนมากจะเป็นกระสูบ จุดมีกระสูบขีดจำนวนน้อย กระสูบจุดเป็นปลากระสูบที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยโตเต็มที่มีความ ยาวเพียง 30 เซนติเมตรเท่านั้น
เป็นปลานักล่า กินปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร บริโภคโดยปรุงสด และทำปลาร้า ปลาส้ม นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
<<<+++++++++++++*+*+++++++++++++>>>
- 3.) ปลากระสูบพม่าหรือกระสูบสาละวิน
- ชื่อวิทย์(Hampala salweenensis Doi&Taki)
ปลา กระสูบชนิดนี้เป็นน้องใหม่ของวงการปลากระสูบ ถูกตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรก จากตัวอย่างที่มาจากแม่น้ำเมย จังหวัดตาก โดย Doi&Taki ในปี 1994 นี่เอง อย่างไรก็ดีปลาชนิด นี้พบได้ทั่วไปในระบบลุ่มน้ำสาละวินรวมถึงลำน้ำสาขาทางตอนล่างติดกับชายแดน อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ปลากระสูบชนิดนี้มีลำตัวเพรียวยาวกว่ากระสูบสองชนิดที่กล่าวถึงข้างต้น และมีจุดเด่นที่สำคัญคือเมื่อเปรียบเทียบกับกระสูบขีดจะมีลักษณะตำแหน่งแถบ ตามขวางคล้ายคลึงกันรวมทั้งลักษณะสีของครีบหาง

ที่แตกต่างกันมากที่สุดคือปลากระสูบขีดนั้นแถบตามขวาง มีลักษณะเป็นขีดแต่แถบตามขวางของกระสูบพม่ามีลักษณะเป็นแต้มคล้ายรอยนิ้วมือ และมีขนาดใหญ่ นอกจากนี้แต้มดังกล่าวจะเห็นได้ชัดและมีขนาดใหญ่มากในช่วงที่ปลามีขนาดเล็ก เมื่อ ปลาเจริญเติบโตขึ้นแต้มดังกล่าวทั้งสามแต้มก็จะไม่จางหายไป (ในกรณีที่อยู่ในที่เลี้ยงแต้มของ ปลาอาจจางได้ถ้าสภาพของตู้ไม่เหมาะสม) ปลากระสูบพม่าเท่าที่มีรายงานโตเต็มที่มีความยาว ประมาณ 40 เซนติเมตร
ปลา กระสูบทุกชนิดเป็นปลากลุ่มปลาตะเพียนที่มีวิวัฒนาการเพื่อล่าเหยื่อ เป็นผู้ล่าชนิด หนึ่งในแหล่งน้ำที่มันอาศัยอยู่ ปลากระสูบเป็นปลาที่พบว่าในขณะที่มีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร จะร่วมล่ากันเป็นฝูงค่อนข้างมีจำนวนสมาชิกมาก แต่เมื่อปลาโตขึ้น มักจะพบเป็นฝูง เล็กๆ หรือออกล่าเพียงตัวเดียว
<<<+++++++++++++*+*+++++++++++++>>>
- กระสูบไร้ขีดไร้จุด
สำหรับกระสูบไม่มีจุดไม่มีขีดอยู่ในช่วงค้นหาข้อมูลอยู่ครับ ถ้ามองลักษณะทั่วไปมันก็ไม่ต่างอะไรจากกระสูบทั่วไปแต่จะละม้ายไปทางกระสูบขีดมากกว่ากระสูบจุด ส่วนมากเจอกับกระสูบวัยหนุ่มขึ้นไปไซด์ โลขึ้น และส่วนมากพบในแหล่งน้ำใสด้วยครับ ข้อมูลของผมเป็นแค่การสังเกตของผมเองนะครับยังไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องลองดูรูปไปก่อนละกันและเห็นว่าทางภาคไต้กระสูบจะไม่ค่อยมีขีดหรือจุดเลย
- ข้อมูลจาก อาจารย์ ชัยวุฒิ กรุดพันธ์
- ข้อมูลเสริม วิกิพีเดีย
- รูปภาพจากหลากหลายที่มา ขออนุญาติเจ้าของรูปภาพนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้ด้วยครับ
- ขอบพระคุณครับ
<<<+++++++++++++*+*+++++++++++++>>>
คลิ้กที่นี่เพื่ออ่านต่อ......












